หน้าเว็บ

03 พฤษภาคม, 2564

ขั้นตอนการขนส่งสินค้าทางอากาศ

 การขนส่งสินค้าทางอากาศ เป็นการขนส่งสินค้าด้วยเครื่องบิน โดยเครื่องบินที่ใช้ในการขนส่งสินค้า จะมีทั้งเครื่องบินสำหรับบรรทุกสินค้าโดยเฉพาะ และเครื่องบินแบบผสม ที่ใช้สำหรับขนส่งสินค้าไปพร้อมกับผู้โดยสาร นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีผู้ประกอบการให้บริการขนส่งสินค้าทางเครื่องบินอยู่จำนวนมาก เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัว และความต้องการในการขนส่งสินค้าที่เร่งด่วน มีขั้นตอนไม่ซับซ้อนมากนั่นเอง และเพราะความต้องการในการขนส่งสินค้าด้วยเครื่องบินที่มีความสะดวก รวดเร็ว จึงทำให้ธุรกิจขนส่งสินค้าทางเครื่องบินจึงเติบโตขยายตัวอย่างรวดเร็วใน 10 ปีที่ผ่านมา


ขั้นตอนการขนส่งสินค้าทางอากาศ

ขั้นตอนในการส่งสินค้าระหว่างประเทศทางอากาศ หรือทางเครื่องบิน มีขั้นตอนที่สรุปได้ 3 ขั้นตอน คือ

1. หากต้องการส่งด้วยตนเอง ก็ให้นำสินค้าไปที่ท่าอากาศยาน แต่หากผู้ส่งสินค้าทางอากาศใช้บริการกับตัวแทนส่งสินค้า ก็สามารถติดต่อให้มารับสินค้าไปทำการขนส่งให้ได้ ทั้งนี้ การนัดรับสินค้า ก็ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการจัดส่งของว่ามีเงื่อนไขการรับสินค้าอย่างไร เช่น บางบริษัทรับสินค้าในปริมาณจำกัด แต่บางบริษัทสามารถรับสินค้าไปส่งให้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะมีปริมาณเท่าใดก็ตาม พร้อมทั้งเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการส่งสินค้าออก

2. ตัวแทนส่งสินค้าจะนำสินค้าไปส่งให้ที่ท่าอากาศยาน และดำเนินพิธีการศุลกากรให้เรียบร้อย เมื่อผ่านการตรวจสอบของศุลกากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางสายการบินก็จะนำสินค้าที่ต้องการส่งไปเก็บในคลังสินค้าขาออก เพื่อรอลำเลียงขนย้ายขึ้นเครื่อง

3. เมื่อสินค้าถูกขนส่งไปทางอากาศ ไปถึงปลายทาง ทางตัวแทนส่งสินค้าที่ปลายทางก็จะทำหน้าที่ดำเนินพิธีศุลกากรขาเข้าต่อไป และหลังจากมีการตรวจสอบสินค้าขาเข้าเรียบร้อยแล้ว ก็จะสามารถขนย้ายไปยังปลายทางได้

เอกสารที่ใช้ในขั้นตอนการขนส่งทางอากาศ

เรื่องเอกสารที่ใช้ในการดำเนินพิธีศุลกากร และใช้ประกอบสินค้า รวมถึงเอกสารสำคัญต่างๆ มีความจำเป็นต่อการขนส่งทางอากาศ จะต้องเตรียมอย่างครบถ้วน และถูกต้อง โดยเอกสารสำคัญหลักๆ ที่ต้องใช้ในการขนส่งทางอากาศมีดังนี้

- ใบกำกับสินค้า (Invoice) เป็นเอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าอย่างละเอียด รวมถึงชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อขาย เพื่อใช้กับพิธีการส่งสินค้าออก 

- ใบตราส่งสินค้าทางอากาศ (AIR WAYBILL) ใช้เป็นหลักฐานแสดงรายละเอียดของสินค้า และรายละเอียดเกี่ยวกับการบิน รวมถึงแสดงน้ำหนักของสินค้าที่ขน ไม่ใช่เอกสารแสดงสิทธิ และใช้โอนสิทธิ์ไม่ได้ มี 2 ประเภทหลักๆ คือ House Air Waybill เป็นเอกสารที่ออกโดยบริษัทตัวแทนรับส่งสินค้าให้แก่ผู้ส่งออก และ Master Air Waybill เป็นเอกสารที่ออกโดยสายการบินที่ส่งสินค้า

นอกจากนี้ก็ยังมีเอกสารอื่นๆ อีก เช่น เอกสารประกันภัย ใบรับรองแหล่งกำเนิดของสินค้า ใบแสดงจำนวนบรรจุหีบห่อ ใบรับรองน้ำหนัก ใบรับรองด้านสุขอนามัย เป็นต้น โดยการจะใช้เอกสารใดบ้างนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสินค้าที่ส่งออก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเอกสารใดก็ตาม จะต้องมีความถูกต้อง และเนื้อหาสอดคล้องตามข้อกำหนดของ L/C ด้วย


01 พฤษภาคม, 2564

การควบคุมขนส่งสินค้าทางอากาศ

 การขนส่งทางอากาศ เป็นการขนส่งอีกรูปแบบหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งลักษณะโดดเด่นของการขนส่งทางเครื่องบิน ก็คือความสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะส่งไปประเทศใดทั่วโลก ก็ใช้เวลาในการขนส่งเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ซึ่งการขนส่งสินค้าทางอากาศ จำเป็นต้องมีการควบคุมด้านต่างๆ เพื่อให้สามารถจัดส่งได้อย่างมีคุณภาพ และมีความปลอดภัยมากที่สุด 


การควบคุมด้านอุปกรณ์ในการขนส่งสินค้าทางอากาศ

การควบคุมด้านอุปกรณ์ในการขนส่งสินค้าทางอากาศนั้น คือการควบคุมตั้งแต่ตัวเครื่องบิน ที่จะต้องมีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเหมาะกับการขนส่งสินค้า ซึ่งเครื่องบินที่ใช้ขนส่งสินค้ามีอยู่ 2 แบบ คือ เครื่องบินบรรทุกสินค้าที่ให้บริการขนส่งเฉพาะสินค้า และเครื่องบินแบบผสมที่ให้บริการทั้งผู้โดยสารและสินค้าภายในลำเดียวกัน

นอกจากเครื่องบินแล้ว อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการจัดเก็บสินค้าระหว่างเดินทางก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ และต้องได้รับการควบคุมอย่างดี ห้องเก็บสินค้าต้องมีความปลอดภัยต่อสินค้ามากที่สุด มีการติดตามการขนส่งสินค้าทางอากาศ และประเมินผลการขนส่งด้วย

การควบคุมด้านตัวสินค้าในการขนส่งทางอากาศ

การขนส่งสินค้าทางเครื่องบิน เหมาะกับการขนส่งสินค้าดังต่อไปนี้

- สินค้าที่เน่าเสียหรือสูญเสียง่าย เช่น ผัก ผลไม้ ดอกไม้ เป็นต้น เพราะการขนส่งทางเครื่องบินใช้เวลาน้อย และส่งถึงปลายทางอย่างรวดเร็ว 

- สินค้าชิ้นเล็กๆ และไม่หนักมาก เนื่องจากพื้นที่บนเครื่องบินค่อนข้างจำกัด และการรับน้ำหนักของสินค้าจะอยู่ในเกณฑ์ของสายการบินนั้นๆ และเพราะการขนส่งทางอากาศมีข้อจำกัดในเรื่องน้ำหนัก สินค้าบางชนิดจึงอาจต้องเสียค่าระวางแบบพิเศษด้วย

- สินค้าที่มีมูลค่าสูง หรือสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วและรีบเร่งในการส่งถึงปลายทาง การขนส่งทางเครื่องบินนั้นมีค่าจัดส่งที่สูง จึงไม่เหมาะกับการส่งสินค้าที่มีราคาถูก

- การขนส่งสิ่งมีชีวิต ต้องได้รับการยินยอมจากสายการบิน โดยส่วนใหญ่จะอนุญาตให้ขนส่งแค่สุนัขและแมว โดยที่ต้องมีสุขภาพแข็งแรง สะอาด มีกรงใส่ทุกตัว และต้องเดินทางด้วยการโหลดใต้ท้องเครื่องซึ่งเป็นห้องสำหรับจัดเก็บขนส่งสัตว์เลี้ยง โดยที่ทางสายการบินจะไม่รับผิดชอบต่อการเจ็บป่วย หรือเสียชีวิตของสัตว์เลี้ยงในระหว่างเดินทาง

- สินค้าที่มีมูลค่าสูงบางอย่าง เช่น เงิน ทองคำ บางสายการบินอาจไม่รับขนส่ง รวมไปถึงสินค้าบางชนิด เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีระบุไว้ในหมวดสินค้าต้องห้าม ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความปลอดภัยสูง

การขนส่งสินค้าทางอากาศ มีความรวดเร็วมากที่สุด และมีความแน่นอนในเรื่องระยะเวลา อีกทั้งยังมีเที่ยวบินจำนวนมากต่อวัน ซึ่งช่วยให้การขนส่งมีความสะดวก รวดเร็ว ถึงที่หมายตรงเวลา และยังส่งสินค้าได้บ่อย ซึ่งการควบคุมในการขนส่งสินค้าทั้งในเรื่องอุปกรณ์และตัวสินค้า ก็จะช่วยให้การขนส่งสินค้าทางเครื่องบินเป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว และปลอดภัย 


27 เมษายน, 2564

เมื่อธุรกิจธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั่วโลกเติบโตเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการขนส่งทางทะเล

 ตามที่ผู้ประกอบการกล่าวว่า อีคอมเมิร์ซมีโอกาสที่สำคัญในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ Frank Diaz รองประธานบริหารของ Price Smart บริษัทค้าปลีกในสหรัฐฯ และเป็นหนึ่งใน 50 ผู้ส่งออกสินค้าคอนเทนเนอร์ชั้นนำในสหรัฐฯ ได้กระตุ้นให้อุตสาหกรรมโลจิสติกส์สามารถแข่งขันกับทั่วโลกได้


  เขากล่าวกับผู้ร่วมประชุม Air & Sea Cargo Americas ในไมอามีว่า "อีคอมเมิร์ซไม่เรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประสบผลสำเร็จ”

  "คุณต้องทำทุกอย่างที่ลูกค้าเคยทำ - ไปที่ร้านและขับรถกลับบ้าน ความท้าทาย คือ การทำให้มีผลกำไรและเรากำลังพึ่งพาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์เพื่อช่วยเหลือในเรื่องนี้ "

  "Etailers  - ลูกค้าต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ด้วยการเข้าถึงร้านค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่มีการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์โดยรวมและเปลี่ยนแถบ ราคาต้องระบุไว้อย่างชัดเจนเพื่อความพึงพอใจของลูกค้าที่ช็อปปิ้งออนไลน์"

  นอกจากนี้เขายังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า กลยุทธ์บางอย่างที่ etailers ใช้อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาหรือไม่

  "จัดส่งฟรี? เป็นบริการใหม่และสิ่งที่ท้าทายที่นำเสนอแก่ผู้ประกอบการธุรกิจ แต่ในด้านโลจิสติกส์เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิธีการส่งมอบสินค้าให้เร็วขึ้นและถูกกว่าในขณะเดียวกันก็รักษาจุดแข็งที่เรามีอยู่แล้ว "

  ในขณะที่ นายแดแอ็ก ยอมรับว่าอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศอยู่ในช่วงขาขึ้นแต่เขายังเชื่อว่ามีโอกาสสำหรับสายการเดินเรือเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการซื้อสินค้าที่มีขนาดใหญ่และไม่จำเป็นในการส่งที่เร่งด่วน 

  ปริมาณการค้าในธุรกิจอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่มีผลดีต่อการขนส่งสินค้าทางอากาศโดยค่าใช้จ่ายของเรือ แต่กับชนชั้นกลางที่กำลังเติบโตทั่วโลกตลาดผู้บริโภคเองก็เริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นและไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่เลือกใช้บริการขนส่งทางทะเล 

  "การเดินเรือในทะเลในทุกๆ วันเป็นเรื่องสำคัญ ผู้ให้บริการมีโอกาสในการติดตามและส่งมอบสินค้าไปยังจุดหมายปลายทางให้สำเร็จ” 

  "โดยทั่วไปจะเป็นแพ็คเกจขนาดเล็ก แต่บริษัทควรเตรียมความพร้อมสำหรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการขนส่งสินค้าให้มากขึ้นและลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารคลังสินค้าหรือสถานที่จัดเก็บสินค้า" 

  "ถ้าเราทำงานร่วมกัน เราย่อมมีโอกาสที่จะปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า" 

  SeaLand CEO Craig Mygatt ยืนยันว่าลูกค้าได้รับการร้องขอเพิ่มเติมของสายการจัดส่งมากกว่าแค่พอร์ตไป

  "พวกเขากำลังถามเรากับบริการที่แตกต่างจากที่พวกเขาเคยได้รับ" เขากล่าวต่อว่า  "เราเปิดกว้างมากขึ้นในการเป็นพันธมิตรกับผู้ที่อยู่นอกธุรกิจหลักของเรา" 

  Diana Najera ผู้จัดการธุรกิจระหว่างประเทศของ Estafeta บริษัทเอ็กซ์เพรสเม็กซิกัน กล่าวว่า อีคอมเมิร์ซได้นำ บริษัทเข้าสู่การติดต่อกับลูกค้ามากขึ้นและช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของพวกเขา 

  "ลูกค้าต้องการบริการครบวงจร เพราะฉะนั้นคุณต้องรักษาและให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกท่านอย่างเท่าเทียมกันด้วย " 

  Michael Steen, COO ของ Atlas Air ซึ่งได้เห็นการเปลี่ยนแปลงฐานลูกค้าจากสายการบินเพื่อส่งมอบสินค้าอีคอมเมิร์ซกล่าวว่า "นี่คือการปรับเปลี่ยนระบบโลจิสติกส์ที่แท้จริงและเราไม่ได้เห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน"

  "ผู้บริโภคชาวจีนกำลังซื้อเนยแข็งที่ผลิตจากประเทศละตินอเมริกา  นั่นเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นในอดีต อีกทั้งขนาดของบรรจุภัณฑ์มีการเปลี่ยนแปลงและมีผลต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด"

  เขาตั้งข้อสังเกตว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็ว  นอกจากนี้มีข้อมูลอ้างถึงผู้ผลิตเสื้อผ้าในประเทศจีนซึ่งคาดว่าคำสั่งซื้อที่ไม่ซ้ำกัน 180,000 ใบในวันเดียวภายในเจ็ดชั่วโมง แต่ในความเป็นจริงถึงที่ภายในหนึ่งชั่วโมงเขากล่าวว่า “คุณวางแผนจะทำอย่างไร? และนี่เป็นเพียงหนึ่งบริษัทในหนึ่งวันในประเทศเดียว"

  Romaine Seguin ประธานอเมริกาของ UPS กล่าวว่า บริษัท ที่ควบคุมระบบการขนส่งได้จะเป็นผู้ชนะ

  "ลูกค้าเป็นเจ้าของตลาดตอนนี้ - 10 ปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซได้ทำทุกวิถีทางเมื่อคุณต้องการสินค้าของคุณ"

  เธอกล่าวเสริมว่า การคาดการณ์ได้เลยว่า บริการส่งมอบสินค้าจะกลายเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ

05 มีนาคม, 2564

อยากจะชนะคู่แข่งอีคอมเมิร์ซ คุณต้องรู้จักตัวช่วยการจัดส่งของคุณ

 การค้นคว้าวิธีที่ดีที่สุดในการจัดส่งผลิตภัณฑ์ของคุณตอนนี้อาจจะยังไม่พบหรือยังไม่ถูกใจ แต่สำหรับ Jason Malinak นักบัญชีในโคโลราโดสปริงส์  กล่าวว่า  หลังจากที่ได้ปรึกษากับภรรยาของเขาเกี่ยวกับการลงทุนของ Etsy แล้ว Malinak ได้เขียน E-book Etsy-preneurship (Wiley) เกี่ยวกับปัญหาการทำการค้าออนไลน์ผู้ค้าปลีกออนไลน์ โดยเขากล่าวว่า ผู้ประกอบการควรใช้เวลาในการวิจัยทางเลือกในการจัดส่งสินค้าที่ดีที่สุดสำหรับความเหมาะสมในอนาคต  


  เมื่อคำนวณงบประมาณการจัดส่ง ธุรกิจอีคอมเมิร์ซสามารถจัดสรรยอดขายได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ของการจัดส่ง  โดย John Haber ซีอีโอของ Spend Management Experts at Atlanta กล่าวว่า  การจัดส่งที่ดีจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันหากธุรกิจสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็วและราคาไม่แพงกว่าคู่แข่ง

เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ต่อไปนี้เป็นคำถาม 5 ข้อที่จะถามคุณว่าคุณมีความพร้อมการศึกษาหาตัวช่วยการจัดส่งที่ดีแล้วหรือยัง  

1. คุณมีบรรจุภัณฑ์ที่ถูกต้องหรือไม่? 

  ผู้จัดส่งสินค้าเรียกเก็บเงินตามน้ำหนัก ไม่ใช่น้ำหนักที่แท้จริงของหีบห่อ ซึ่ง John Haber กล่าวว่า น้ำหนักสินค้าคำนวณโดยใช้ความยาวความกว้างและความสูงของแพ็กเกจเพื่อพิจารณาว่า จะมีพื้นที่ว่างมากเพียงใดในระหว่างการขนส่ง  โดยน้ำหนักที่แท้จริงและน้ำหนักตามจริงของแพ็คเกจอาจแตกต่างกัน เช่น แพ็คเกจที่มีน้ำหนัก 5 ปอนด์ สามารถมีน้ำหนักได้ 15 ปอนด์ ก็เป็นไปได้ เป็นต้น 

  อย่าลืมคำนึงถึงน้ำหนักของกล่องและวัสดุบรรจุภัณฑ์  โดย Hal Altman ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง Fivillative Fulfillment & Logistical Services ใน Chino, Calif กล่าวว่า  "ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหนักมากย่อมจะมีค่าใช้จ่ายในการจัดส่งที่มากขึ้น" 

2. คุณมีสิทธิ์ได้รับข้อเสนอหรือบริการที่สามารถช่วยประหยัดเงินได้หรือไม่? 

  ทางเลือกที่ประหยัดที่สุดขึ้นอยู่กับธุรกิจและความต้องการของลูกค้าของคุณ  ผู้จัดส่งสินค้าที่แตกต่างกันนำเสนอโปรแกรมพิเศษสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (ตัวอย่างเช่น US Postal Service มีอัตราค่าบริการลดราคาฟรีติดตามและไม่คิดค่าธรรมเนียมในการจัดส่งไปยังที่อยู่อาศัย) เพราะฉะนั้น คุณควรตรวจสอบตารางการให้บริการการจัดส่งจากบริษัทให้บริการขนส่งสินค้า เพื่อช่วยตอบสนองความต้องการและงบประมาณของคุณตามความเหมาะสม

3. รู้เขารู้เรา คู่แข่งรายใหญ่ของคุณทำอะไรอยู่? 

  ในขณะที่เพียงแค่คัดลอกนโยบายการจัดส่งของคู่แข่งเป็นแนวคิดที่ไม่ดี แต่ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทราบว่าพวกเขานำเสนออะไรเพื่อให้คุณสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น มาตรฐานการส่งมอบแพ็คเกจสินค้าใน 1-5 วันทำการ อาจไม่สมเหตุสมผลหากคู่แข่งของคุณเสนอการจัดส่งในวันเดียวกันหรือวันถัดไป ดังนั้นหากการแข่งขันมีการจัดส่งฟรีคุณอาจต้องปรับรูปแบบการจัดส่งให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้คุณสามารถแข่งขันกับคู่แข่งต่อไปได้

4. รู้ว่าลูกค้าของคุณต้องการอะไร? 

  ลูกค้าของคุณต้องการรับสินค้าเร็วแค่ไหนและพวกเขายินดีที่จะจ่ายเงินค่าจัดส่งอย่างรวดเร็วหรือไม่? ลองหาทางออกผ่านแบบสำรวจออนไลน์เพื่อถามคำถามเฉพาะและดูว่าคู่แข่งของคุณมีข้อเสนออะไรบ้าง นอกจากนี้โปรดศึกษาว่า ลูกค้าของคุณใช้บริการใดมากที่สุด โดยทาง Haber แนะนำให้ตรวจสอบจาก comScore ซึ่งจะวิเคราะห์พฤติกรรมออนไลน์ของผู้บริโภครวมถึงการตั้งค่าการจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งที่ไม่คาดคิด คุณสามารถจัดการหรือหลีกเลี่ยงสิ่งนี้ได้อย่างไร? 

  ตามที่ Haber ได้บอกเอาไว้ว่า อาจจะเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจในเรื่องค่าจัดส่ง โดยผู้จัดส่งสินค้ารายใหญ่บางรายสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากการส่งมอบได้ถึง 300 รายการ   ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาข้อมูลจาก บริษัทต่างๆ เช่น UPS, FedEx และอื่น ๆ ว่าจะมีค่าธรรมเนียมใดบ้าง สำหรับแพ็คเกจของคุณ 

  การตรวจสอบว่า ที่อยู่จัดส่งสินค้าถูกต้องหรือไม่นั้น ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก เนื่องจากผู้จัดส่งจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับการแก้ไขที่อยู่  ลองถามว่า ผู้จัดส่งของคุณจะตรวจสอบหรือแก้ไขที่อยู่ก่อนส่งหรือไม่ โดยมีหลายคนเสนอบริการนี้แม้ว่าจะมีค่าธรรมเนียม


04 มีนาคม, 2564

ทางเลือกในการขนส่งสำหรับร้านค้าออนไลน์

 

ขนส่งร้านค้าออนไลน์

การค้าขายออนไลน์ หรือการมีร้านค้าออนไลน์นั้น สิ่งที่สำคัญประการหนึ่งก็คือการใช้บริการขนส่งสินค้าให้กับลูกค้านั่นเอง ซึ่งการขนส่งสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์ก็สามารถทำได้หลายทางเลือกดังนี้


ขนส่งสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์ทางบริษัทรถทัวร์ 


ปัจจุบันได้มีบริการรับฝากพัสดุสินค้า โดยขนส่งรถทัวร์ 

ซึ่งเป็นบริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ 

ที่ต้องการส่งพัสดุ หรือสินค้า ไปในเส้นทางที่รถวิ่งผ่าน

จึงเป็นตัวเลือกแรกๆ ของคนที่อยากจะส่งพัสดุขนาดใหญ่ๆไปต่างจังหวัด

เนื่องจากมีราคาถูก เพียงแค่นำของไปวางไว้ที่ศูนย์บริการรถทัวร์

และทำตามเงื่อนไขของบริษัทรถทัวร์นั้นๆ ในการส่งของ


ขนส่งสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์ทางรถไฟไทย 


เป็นบริการรับขนส่งพัสดุจากสถานี เพื่อนำส่งให้กับผู้รับปลายทาง

หรือแบบ Station To Door สามารถส่งสินค้าได้ด้วยขบวนรถด่วนทั้งสายต่างๆ ของรถไฟไทย

ซึ่งจะถึงมือผู้รับปลายทางอย่างรวดเร็วภายใน 1-2 วัน

ขนส่งสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์ทางบริษัทโลจิสติกส์หรือบริษัทขนส่งเอกชน 


บริษัทโลจิสติกส์หรือบริษัทขนส่ง  ทำหน้าที่เหมือนไปรษณีย์ไทยทุกอย่าง

เพียงแต่เน้นบริการด้านการส่งพัสดุโดยเฉพาะ

และเหมาะสำหรับร้านออนไลน์ ที่ต้องส่งสินค้าคราวละหลายๆ ชิ้น

ผู้ให้บริการ เช่น FedEx และ DHL เป็นต้น การส่งของก็เพียงแค่แพ็คของ

แล้วเดินทางไปยังศูนย์บริการของแต่ละบริษัทเพื่อใช้บริการ

หรือจะโทรศัพท์ไปเรียกใช้บริการก็ได้ สามารถส่งสินค้าทั้งในและต่างจังหวัด

มีทั้งแบบเก็บเงินต้นทางและปลายทาง ซึ่งวิธีนี้จะใช้กันเยอะในธุรกิจค้าส่งต่างๆ

กรณีที่สินค้ามีจำนวนมากหรือมีขนาดใหญ่

ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่สามารถจัดส่งสินค้าได้รวดเร็วมากขึ้น


และประหยัดกว่าไปรษณีย์หากสินค้าที่มีน้ำหนักที่มากกว่า

นอกจากนี้ยังสามารถส่งสินค้าไปต่างประเทศได้อีกด้วย 

 ขนส่งสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์ทางบริษัทขนส่งที่สนับสนุนด้าน E-Commerce

บริษัทที่อยู่ในกลุ่มนี้มักจะนำเสนอบริการที่มากกว่าการขนส่งสินค้าธรรมดา

เช่น บริการเก็บเงินปลายทาง บริการสต็อกของ/บริการ Warehouse

บริการ Door-to-Door เป็นต้น นอกจากนี้แล้วก็ยังมีบริการขนส่งสินค้า

สำหรับร้านค้าออนไลน์อีกหลายแห่ง

และมีความสะดวกไม่แพ้กัน เช่น เซเว่น อีเลเว่น,  ATT, GrabBike เป็นต้น 


ข้อคำนึงในการเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์


การใช้บริการขนส่งสินค้าสำหรับร้านออนไลน์นั้น พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์สามารถนำเลือกใช้ได้ตามความพึงพอใจ

แต่ก็ควรคำนึงถึงความเหมาะสมในการเลือกใช้งานด้วย ดังนี้


- ประเภทของพัสดุ ว่าควรส่งเป็นพัสดุธรรมดา พัสดุลงทะเบียน หรือพัสดุด่วนพิเศษ (EMS) 

- ตรวจสอบอัตราค่าจัดส่งพัสดุ ก่อนตัดสินใจเลือกรูปแบบในการจัดส่งพัสดุกับทางไปรษณีย์ไทยควรศึกษา

ถึงอัตราค่าบริการการจัดส่งแต่ละรูปแบบเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายเสียก่อน 

การเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์ มีอยู่หลายทางเลือก และมีความน่าสนใจ

เพราะสะดวกรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ควรเลือกให้มีความเหมาะสม

และอย่าลืมตรวจสอบราคาก่อนทุกครั้งเพื่อความคุ้มค่าในการขนส่งสินค้านั้นๆ

16 กุมภาพันธ์, 2564

ประเมินข้อดี และข้อเสียของการทำธุรกิจ SME

 ธุรกิจ SME เป็นธุรกิจขนาดย่อมๆ เหมาะแก่การลงทุนที่มีอัตราเสี่ยงไม่สูงมาก จึงเหมาะกับการทำธุรกิจในยุคนี้อย่างมาก แต่ก่อนจะเริ่มทำธุรกิจเราต้องวิเคราะห์ และมองเห็นปัญหาเพื่อหาทางแก้ไขให้ได้เสียก่อน ซึ่งนอกจากการตั้งเป้าหมาย การวางแผน และการวางกลยุทธ์แล้ว จะต้องรู้จักประเมินข้อดี และข้อเสียของการทำธุรกิจ SME ด้วย เพื่อให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ และหาทางแก้ไขเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้

ธุรกิจ sme


ข้อดีของการทำธุรกิจ SME

1. ผู้ประกอบการสามารถทำในสิ่งที่ตนเองถนัด ชอบ หรือรักในสิ่งนั้นๆ ได้ เพราะการทำธุรกิจ SME ควรเริ่มจากเรื่องที่ชอบ และเป็นเรื่องใกล้ตัวจึงจะเติบโตได้ดี 

2. การทำ ธุรกิจ SME ทำได้ง่าย เพราะใช้เงินทุนไม่มาก และใช้ปัจจัยในการดำเนินกิจการต่างๆ ไม่มากเช่นเดียวกัน

3. จัดตั้งได้ง่าย ไม่มีขั้นตอนซับซ้อนยุ่งยาก ในขณะเดียวกันหากเกิดปัญหาไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ก็สามารถเลิกกิจการได้ทันดี การนำสินค้าหรือบริการชนิดใหม่เข้ามาจำหน่ายไม่ต้องลงทุนในการขายมากเกินไป หากสินค้าไม่เป็นที่นิยมก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ง่าย

4. ผู้ประกอบการสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเอง จึงมีความเป็นอิสระ และความคล่องตัวในการบริหารกิจการได้อย่างทั่วถึง สามารถทำได้อย่างอิสระเนื่องจากขั้นตอนในการบริหารมีไม่มากนัก สามารถปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงานได้โดยไม่ต้องประชุมปรึกษากับผู้ถือหุ้นหลายขั้นตอน

5. ธุรกิจ SME เป็นธุรกิจขนาดเล็ก และใช้เงินทุนไม่มากอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว การดำเนินกิจการประสบปัญหาหรือเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจจึงมีโอกาสที่จะฟื้นตัวเกิดได้ง่ายกิจการขนาดใหญ่

6. การดำเนิน ธุรกิจ SME ทุกประเภท มีความยืดหยุ่นสูงสอดคล้องกับยุคการผลิต สามารถดำเนินการได้ทั้งตลาดที่มีขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เพราะไม่ต้องมีการคาดคะเนยอดขายเพื่อให้คุ้มทุน เช่นเดียวกับการลงทุนในธุรกิจขนาดใหญ่

7. การดำเนินธุรกิจขนาดย่อม ผู้ดำเนินธุรกิจจะมีความใกล้ชิดกับลูกค้า ทำให้สามารถทราบถึงปัญหาและความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาปรับใช้ให้เข้ากับกิจการของตนเองได้

ข้อเสียของการทำธุรกิจ SME

1. ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมส่วนใหญ่มักจะขาดความรู้ด้านการตลาดเมื่อผลิตสินค้าออกมาแล้วไม่สามารถจำหน่ายได้ อีกทั้งธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมักใช้เทคนิคการผลิตไม่ซับซ้อน เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ

2. ผู้ประกอบการมักขาดแคลนเงินทุนหรือขยายกิจการไม่ได้ เนื่องจากขาดความเชื่อถือจากสถาบันการเงิน การดำเนินธุรกิจขนาดย่อมจึงมีโอกาสขยายตัวได้ยาก เนื่องจากทรัพย์และเงินทุนมีน้อยกว่าธุรกิจขนาดใหญ่

3. ผู้ประกอบการมักขาดความรู้ในการจัดการหรือการบริหารงานที่เป็นระบบ เพราะส่วนใหญ่จะใช้ประสบการณ์จากการเรียนรู้

4. ไม่สามารถรักษาแรงงานที่มีฝีมือและมีความชำนาญงานไว้ได้ เพราะแรงงานเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นมักจะย้ายออกไปทำงานในสถานประกอบการที่มีขนาดใหญ่

แม้ว่าธุรกิจ SME จะมีโอกาสในการแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่น้อย เนื่องจากธุรกิจขนาดย่อมไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากเท่ากับธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ก็เป็นธุรกิจขนาดย่อมที่น่าสนใจ และหากมีกลยุทธ์ที่ดี ก็ช่วยสร้างผลกำไรที่ดีให้กับผู้ประกอบการได้


11 กุมภาพันธ์, 2564

การเริ่มต้นทำธุรกิจ SME สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มอย่างไร

 การเริ่มต้นทำธุรกิจ หลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร ซึ่งที่จริงแล้ว จะมองว่ายากก็ยาก แต่หากเราทราบว่าควรเริ่มที่จุดไหน และทำตามขั้นตอนอย่างไร การเริ่มต้นทำธุรกิจ SME สำหรับมือใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่มีแนวทางในการเริ่มต้นดังนี้

การทำธุรกิจออนไลน์


1. การเริ่มต้นธุรกิจ SME สำหรับมือใหม่ด้วยการรู้จักตนเอง 

ต้องรู้จักตนเอง รู้ความชอบของตนเอง และประเมินว่าตนเองมีคุณสมบัติที่จะทำธุรกิจนั้นๆ หรือไม่ เช่น มีความรู้ ความสามารถ มีความอดทน ขยัน ซื่อสัตย์ ยอมรับความเสี่ยงในด้านต่างๆ และที่สำคัญคือ ต้องหนักแน่น จริงจัง และกล้าตัดสินใจ เลือกประเภทธุรกิจที่เหมาะสมกับตนเอง โดยดูจากความชอบ ความถนัด ความสนใจของตนเองเป็นหลัก เพราะงานที่ตนรัก จะทำให้ผู้ประกอบการอยากแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ทางธุรกิจ

2. การเริ่มต้นธุรกิจ SME สำหรับมือใหม่ด้วยการวางแผน

สำรวจฐานะทางการเงิน ว่าตนเองมีเพียงพอหรือไม่ การเงินควรจัดแบ่งออกเป็นส่วนๆ เช่น แบ่งไว้สำหรับใช้จ่ายในครอบครัว แบ่งเป็นเงินฝากไว้กับธนาคารเพื่อใช้ในยามจำเป็น และแบ่งไว้สำหรับการออมเพื่อการลงทุน อาจเป็นการลงทุนระยะสั้น และระยะยาว ว่าตนเองมีเงินเพียงพอเพื่อทำธุรกิจหรือไม่ หรือต้องหาจากแหล่งเงินกู้อื่นๆ การเริ่มต้นทำธุรกิจ SME ต้องศึกษา และรู้รายละเอียดมาบ้างแล้วว่า ธุรกิจ SMEนั้นคืออะไร มีหลักเกณฑ์การจำแนกขนาดของธุรกิจอย่างไรบ้าง ศึกษาวางโครงสร้างและกำหนดขนาดของธุรกิจ SME กำหนดนโยบายหรือวางเป้าหมายในการทำธุรกิจ วางแผนการดำเนินธุรกิจ และวิเคราะห์ศักยภาพของธุรกิจ (SWOT)

3. การเริ่มต้นธุรกิจ SME สำหรับมือใหม่ด้วยการรู้จักลูกค้าและคู่แข่ง

ต้องรู้ข้อมูลของลูกค้า สำรวจความต้องการสินค้าหรือบริการ ว่ามีมากน้อยเพียงใด เหมาะกับลูกค้ากลุ่มใด วัยใด ชายหรือหญิง เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการผลิตต่อไป และรู้ข้อมูลของคู่แข่ง ธุรกิจในปัจจุบันมีมากมาย เราจำเป็นต้องทราบว่า คู่แข่งของเราเป็นอย่างไรจุดเด่น จุดด้อยของเขาอยู่ตรงไหน สินค้าหรือบริการที่จะผลิต ต้องสอดคล้องกับข้อมูลความต้องการของลูกค้า และที่สำคัญ สินค้าควรมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่เหมือนใคร กลยุทธ์ที่นำมาใช้ต้องพิจารณา จากการวิเคราะห์ศักยภาพของธุรกิจ ต้องมองอนาคตให้ออก เชื่อเสียงในใจของเรามากกว่าเสียงคนรอบข้าง โดยให้เสียงของคนรอบข้างเข้ามามีส่วนร่วมเท่านั้น ไม่ใช่ส่วนที่ทำให้ตัดสินใจ

4. การเริ่มต้นธุรกิจ SME สำหรับมือใหม่ด้วยการเริ่มทำทันที

เมื่อมีความมั่นใจว่าพร้อมแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องรอให้เสียเวลา ดังนั้น ควรเริ่มทำทันทีเมื่อมั่นใจว่าพร้อมแล้ว เพราะบางอย่างเราอาจจะคิดได้ก่อน แต่ไม่ลงมือทำเสียที ก็จะต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง

การเริ่มต้นทำธุรกิจ SME สำหรับมือใหม่ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ตลาด รู้จักกลยุทธ์ต่างๆ และที่สำคัญที่สุดคือความมั่นใจ และตั้งใจอย่างแน่วแน่ เมื่อมีทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็เริ่มลงมือได้เลย เพราะยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร เราก็ประสบความสำเร็จเร็วเท่านั้น


ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ ธุรกิจ SMEs ในยุคนี้ที่น่าสนใจ

 ในปัจจุบันนี้ ผู้คนต่างหันมารักษาสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย หรือการรับประทานอาหารดีๆ เพราะการเลือกรับประทานอาหารดีๆ ถูกสุขลักษณะอนามัย ทำให้สุขภาพดี และห่างไกลโรคได้อีกด้วย หากคุณกำลังเริ่มต้นทำธุรกิจ SMEs และกำลังมองหาธุรกิจที่น่าสนใจในยุคนี้ อาหารเพื่อสุขภาพก็เป็นธุรกิจที่น่าสนใจอย่างมาก

ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ


เหตุใดธุรกิจ SMEs อาหารเพื่อสุขภาพจึงน่าสนใจ

สาเหตุที่ธุรกิจ SMEs อาหารเพื่อสุขภาพมีความน่าสนใจ เนื่องจากว่าสังคมในปัจจุบันนี้ เป็นสังคมเร่งรีบ ทำให้ผู้คนละเลยการดูแลตนเองไปมาก หลายคนก็ไม่มีเวลาออกกำลังกาย หรือเลือกอาหารดีๆ มารับประทานได้ ทำให้มีผู้ป่วยเป็นโรคขาดสารอาหาร หรือเป็นโรคอ้วนกันมากมาย โดยโภชนาการอาหารที่ดี และร่างกายควรได้รับก็เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เช่น

- รับประทานอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอันตราย และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด สีฉูดฉาด

- เลือกซื้ออาหารสด สะอาด ปลอดสารพิษ โดยคำนึงถึงหลัก 3 ป. คือ ประโยชน์ ปลอดภัย ประหยัด

- ปรุงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และใช้เครื่องปรุงรสที่ถูกต้อง โดยคำนึงถึงหลัก 3 ส. คือ สงวนคุณค่า สุกเสมอ สะอาดปลอดภัย

- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

- กินข้าวเป็นหลักสลับกับอาหารแป้งในบางมื้อ เลือกกินข้าวกล้องแทนข้าวขาวและได้คุณค่าและใยอาหารมากกว่า

- กินผักให้มาก และกินผลไม้ประจำ กินผักและผลไม้ทุกมื้อ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคและต้านโรคมะเร็งได้

- กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ ปลาเป็นโปรตีนคุณภาพดี และย่อยง่าย เป็นอาหารที่หาง่าย ถั่วเมล็ดแห้งเป็นโปรตีนจากพืชที่ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้

- ดื่มนมให้เหมาะสมกับวัย นมช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง เด็กควรดื่มนมวันละ 1-2 แก้ว ผู้ใหญ่ควรดื่มนมพร่องมันเนย วันละ 1-2 แก้ว

นอกจากนี้ยังมีหลักในการเลือกรับประทานอาหารอีกมาก ซึ่งในหนึ่งวัน หรือแต่ละมื้อนั้น เป็นเรื่องที่ยากมากที่เราจะสามารถได้รับสารอาหารที่ต้องการอย่างครบถ้วน อาหารเพื่อสุขภาพจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยดูแลสุขภาพร่างกายของเรา

ประเภทของอาหารสุขภาพในการทำธุรกิจ SMEs 

อาหารเพื่อสุขภาพที่เหมาะในการดูแลสุขภาพร่างกายได้แก่ อาหารเพื่อสุขภาพประเภทหารเสริม เพราะการรับประทานอาหารเสริม เป็นการบำรุงและเติมเต็มในส่วนที่ขาดของร่างกาย จึงนับว่ามีบทบาทความจำเป็นเช่นเดียวกับการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วนในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนได้แม้ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตนเอง 

การขายอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ นอกจากจะเน้นเรื่องการขายแล้ว อาจจะมีผู้ให้คำปรึกษาด้านโภชนาการร่วมด้วย เพื่อให้คำปรึกษาในธุรกิจเทรนด์สุขภาพ สินค้าเพื่อสุขภาพ หรือจะเป็นในรูปแบบการให้คำปรึกษาส่วนตัว ก็เป็นการตลาดที่ดี และช่วยให้เข้าถึงผู้คนในสังคมปัจจุบันมากขึ้นได้


06 กุมภาพันธ์, 2564

การทำธุรกิจ SME กับการก้าวเข้าสู่ AEC

 สำหรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หรือ AEC แม้ว่าในเริ่มต้น ประเทศของเราจะยังมีอุปสรรคทางด้านภาษา การเรียนรู้อย่างลึกซึ้งถึงวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและประเพณีของประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ และอาจเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านในการรองรับการไหลเข้า-ออกของเงินทุนและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันอยู่บ้าง แต่นักธุรกิจ และธุรกิจขนาดย่อมอย่าง SME ก็มีความเตรียมพร้อม และเร่งแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน จนสามารถยกระดับความสามารถในการแข่งขันขึ้นสู่ระดับโลกได้


ผลกระทบต่อธุรกิจ SME ในการก้าวสู่ AEC

สำหรับธุรกิจ SME หรือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ปัจจุบันในประเทศไทยมีจำนวนถึง 2.9 ล้านราย จึงถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจไทย การก้าวเข้าสู่ AEC อาจมีผลกระทบดังนี้

1. สินค้าส่งออกของ SME ไทยอาจต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น จากคู่แข่งในอาเซียนที่สามารถผลิตสินค้าได้คล้ายคลึงกับสินค้าไทย เช่น สินค้าข้าวจากเวียดนาม สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากมาเลเซีย เป็นต้น 

2. สินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านมีแนวโน้มเข้ามาตีตลาดภายในประเทศมากขึ้น SME ไทยมีแนวโน้มต้องเผชิญกับการแข่งขันจากต่างชาติมากขึ้น เป็นไปได้ยากที่จะหลีกเลี่ยงการแข่งขันกับธุรกิจต่างชาติที่มีจุดแข็งทั้งทางด้านเงินทุน การจัดการและเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า เพราะธุรกิจ SME ไทยส่วนใหญ่มีเงินทุนค่อนข้างจำกัด และยังขาดความพร้อม

3. แรงงานฝีมืออาจมีการเคลื่อนย้ายแรงงานจากประเทศที่ให้ค่าตอบแทนต่ำไปยังประเทศที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า ทำให้การแข่งขันของตลาดแรงงานในประเทศทวีความเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะแรงงานไทยที่เสียเปรียบในด้านทักษะภาษาอังกฤษ

ข้อดีของการทำธุรกิจ SME และการก้าวสู่ AEC

1. การก้าวเข้าสู่ AEC ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจไทย ทั้งทางด้านการตลาดที่ไทยจะได้ก้าวออกไปนอกประเทศมากขึ้น และด้านการแข่งขันที่จะเป็นกลไกทำให้ธุรกิจปรับตัวเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศอาเซียนอื่นๆ ได้ 

2. ธุรกิจ SME ไทยจะมีโอกาสที่จะก้าวออกไปขยายการค้า การบริการ และการลงทุนในตลาดอาเซียนได้เสรีมากขึ้น ภายใต้ข้อจำกัดและอุปสรรคที่ลดลง 

3. การก้าวเข้าสู่ AEC เป็นการร่วมกันสร้างศักยภาพในการแข่งขันของอาเซียนในตลาดโลก และมีส่วนดึงดูดให้นักลงทุนจากชาติอาเซียนขยายการลงทุนภายในอาเซียนมากขึ้น รวมถึงสร้างอำนาจต่อรองในเวทีการค้าโลก โดยAEC จะพยายามสร้างให้เกิดเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน โดยกำหนดให้มีการเปิดเสรีในขอบเขตที่ครอบคลุมการประกอบธุรกิจแทบจะทุกสาขาธุรกิจ คือ มีการเปิดเสรีที่ครอบคลุมทั้งด้านสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานมีฝีมือ 

4. เป็นการสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตให้กับเศรษฐกิจของอาเซียนโดยรวม ได้แก่ การสร้างความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของอาเซียน การพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความเสมอภาค และการบูรณาการอาเซียนเข้ากับเศรษฐกิจโลก 

การก้าวเข้าสู่ AEC ช่วยสนับสนุนการเติบโตให้กับธุรกิจไทย และเป็นสิ่งที่อาจจะคุกคามสถานภาพของธุรกิจไทยเช่นกัน ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ SME ไทยจะต้องเรียนรู้ เข้าใจ ปรับตัว และใช้ประโยชน์จาก AEC ให้ได้ เพื่อสร้างธุรกิจที่เติบโต แข็งแรง และมีความก้าวหน้ามากขึ้น


03 กุมภาพันธ์, 2564

การทำเว็บไซต์สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ E Commerce

 ผู้ประกอบการธุรกิจ E Commerce หมายถึง ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้าและบริการโดยผ่านคอมพิวเตอร์ และระบบสื่อสารโทรคมนาคมหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ E Commerce หรือผู้ประกอบการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นั้น จึงจะต้องพึ่งพาเทคโนโลยี ตลอดจนช่องทาง Social Media ต่างๆ เพื่อนำมาเอื้อประโยชน์ต่อการประกอบกิจการ

วัตถุประสงค์ในการทำเว็บไซต์ของผู้ประกอบการธุรกิจ E Commerce

ในปัจจุบันนี้ การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ E Commerce มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างเว็บไซต์ของตนเองขึ้น เพื่อเป็นแหล่งคู่มือ หรือแหล่งข้อมูล ตลอดจนซื้อขายให้กับกิจการนั้นๆ ได้ ผู้ประกอบการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ประกอบการธุรกิจ E Commerce แทบทั้งสิ้น จึงได้มีการสร้างเว็บไซต์ของตนเองขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างเว็บไซต์ที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

1. สร้างเว็บไซต์เพื่อการประชาสัมพันธ์องค์กร เป็นการประชาสัมพันธ์หรือประกาศให้บุคคลทั่วไปทราบว่าบริษัท ทำอะไร ขายอะไรในภาพรวม แต่ไม่ลงลึกในรายละเอียดทั้งหมด

2. สร้างเว็บไซต์ เพื่อเป็นช่องทางการขาย เป็นการสร้างเว็บไซต์เพื่อเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการขาย 

3. สร้างเว็บไซต์เพื่อการค้า E Commerce เป็นเว็บไซต์ที่แสดงในส่วนของแคตาล็อก หรือรายการสินค้าไว้พร้อมกับระบบที่สามารถสั่งซื้อสินค้าได้โดยตรง

4. สร้างเว็บไซต์เพื่อเป็น E Marketplace หรือ E Marketexchange เป็นเว็บไซต์ศูนย์กลางการซื้อ-ขาย หรือนำเข้า-ส่งออก มาเจอกัน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้คอย ให้บริการ เช่น ระบบการจ่ายเงิน และระบบการขนส่งสินค้า

5. สร้างเว็บไซต์เป็นเครือข่ายการจำหน่ายของตนเอง เป็นเว็บไซต์ที่ให้เฉพาะผู้จำหน่ายที่เป็นตัวแทนในเครือข่ายของตนเองเข้ามาใช้งาน เพื่อการเลือกซื้อสินค้า เสนอสินค้าใหม่

6. สร้างเว็บไซต์เพื่อแสดงสินค้าในรูปแบบต่างๆ เช่น สร้างเว็บไซต์เพื่อทดแทนแคตาล็อก สร้างเว็บไซต์เพื่อเป็นโชว์รูม เป็นการโชว์สินค้าหลักและสินค้าใหม่บางส่วน สร้างเว็บไซต์เพื่อใช้เป็นงานแสดงสินค้า การขายหรือให้บริการ เป็นต้น

ประโยชน์ของการสร้างเว็บไซต์สำหรับผู้ประกอบการ E Commerce

- เป็นการประชาสัมพันธ์องค์กรหรือร้านค้าที่ดี

- เป็นวิธีประหยัดในการจัดพิมพ์แคตาล็อก เพราะสามารถเข้ามาชมสินค้าในเว็บไซต์ได้ ทำให้ไม่ต้องจัดพิมพ์แคตาล็อกจำนวนมาก เพราะการสร้างเว็บเพจ ลงทุนน้อยกว่าการพิมพ์ และการจัดส่งแคตตาล็อค อีกทั้งยังสามารถทำได้ทั่วโลก

- เป็นการโชว์สินค้าหลักและสินค้าใหม่บางส่วน เป็นการรวบรวมเว็บไซต์ หรือสินค้าประเภทเดียวกันมาจัดแสดงไว้ในเว็บไซต์เดียวกัน เพื่อสร้างความกระตุ้นให้ลูกค้าอยากชมสินค้าทั้งหมด

- สร้างเว็บไซต์เพื่อการค้า E Commerce พร้อมกับระบบที่สามารถสั่งซื้อสินค้าได้โดยตรง ทำให้สะดวกในการเข้าชม และเลือกซื้อสินค้า ตลอดจนการชำระค่าใช้บริการ หรือค่าสินค้า

- เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการขายที่ดีมากๆ ในยุคปัจจุบันนี้

การสร้างเว็บไซต์สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ E Commerce ถือเป็นช่องทางการตลาดอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญ และยังมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจอย่างมาก


01 กุมภาพันธ์, 2564

3 ช่องทางสำคัญในการทำธุรกิจออนไลน์

 การทำธุรกิจออนไลน์ เป็นการดำเนินธุรกิจที่มีความเหมาะสมกับยุคของโลกออนไลน์ในปัจจุบัน และเป็นรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการประกอบการธุรกิจได้มาก การทำธุรกิจออนไลน์นั้น สิ่งที่สำคัญคือจะต้องมีหน้าเว็บไซต์ของตนเองเพื่อทำการดำเนินธุรกิจในรูปแบบของออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออนไลน์เพื่อการประชาสัมพันธ์ธุรกิจ หรือธุรกิจออนไลน์ประเภทร้านค้าออนไลน์ก็ตาม 

การสร้างหน้าเว็บไซต์


โดยช่องทางในการทำธุรกิจออนไลน์ หรือหน้าเว็บไซต์นี้ สามารถเลือกได้หลายช่องทาง ดังต่อไปนี้

1. ช่องทางทำธุรกิจออนไลน์ผ่านการสร้างหน้าเว็บไซต์เอง

ช่องทางแรก ก็คือการสร้างหน้าเว็บไซต์ของตนเอง ซึ่งมีธุรกิจจำนวนมากที่สร้างเว็บไซต์ของตนเองขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ดำเนินมายาวนานจนมาถึงในยุคของธุรกิจออนไลน์ หรือธุรกิจที่มีสถานประกอบการอยู่แล้ว และต้องการประชาสัมพันธ์ธุรกิจผ่านทางหน้าเว็บไซต์ ธุรกิจประเภทนี้จะใช้การสร้างเว็บไซต์ของตนเอง ซึ่งธุรกิจออนไลน์ประเภทร้านค้าออนไลน์ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ของตนเองได้เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงก็คือ เรื่องของงบประมาณในการสร้างเว็บไซต์ คุณภาพของเว็บไซต์ การพัฒนาระบบ การสร้างระบบจัดการภายในเว็บไซต์ การดูแลเว็บไซต์ เวลาในการบริหารจัดการเว็บไซต์ การตลาดในการโปรโมทเว็บไซต์ และองค์ประกอบต่างๆ ที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นจากการสร้างเว็บไซต์เอง หากมีความพร้อม ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ด้วยตนเองได้

2. ช่องทางทำธุรกิจออนไลน์ผ่านการลงขายสินค้ากับเว็บไซต์สำหรับให้ลงขาย

ช่องทางทำธุรกิจออนไลน์นี้ เป็นช่องทางสำหรับธุรกิจออนไลน์ประเภทร้านค้าออนไลน์ หรือธุรกิจออนไลน์ที่ต้องการเพิ่มช่องทางขายสินค้าโดยตรงด้วย แต่ไม่ต้องการสร้างเว็บไซต์เอง การลงขายสินค้ากับเว็บไซต์สำหรับลงขายสินค้านี้มีข้อดีคือ หากเลือกเว็บไซต์ที่มีระบบการจัดการที่ดี ใช้งานง่าย ก็ไม่ต้องยุ่งยากในการจัดการหน้าเว็บไซต์แต่อย่างใด เพราะเป็นระบบสำเร็จรูปมาให้อยู่แล้ว สามารถลงขายสินค้าได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาในการพัฒนาระบบ ไม่ต้องเสียเวลาในการโปรโมทเว็บไซต์มาก เนื่องจากเว็บไซต์นั้นจะโปรโมทตัวเองไปในตัวอยู่แล้ว เช่น Ebay หรือ Amazon เป็นต้น และเว็บไซต์ส่วนมากในปัจจุบันยังให้บริการลงขายสินค้าได้ฟรีอีกด้วย

3. ช่องทางทำธุรกิจออนไลน์ผ่านการสร้างเพจในสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ

ช่องทางทำธุรกิจออนไลน์ผ่านการสร้างเพจ หรือช่องของตนเองจากสื่อโซเชียลที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ก็เช่น Facebook Instagram หรือ Youtube เป็นต้น เพื่อใช้สื่อที่โด่งดังและได้รับความนิยมเหล่านี้ในการโปรโมทร้านค้า หรือธุรกิจออนไลน์ ซึ่งทำให้ลูกค้าพบกับเพจ และเข้าถึงเพจได้ง่าย เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้ใช้งานเพจและช่องทางต่างๆ เหล่านี้จำนวนมาก

ช่องทางในการทำธุรกิจออนไลน์นั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องเปิดเพียงช่องทางเดียว เพราะยิ่งมีหลายช่องทางก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจมากขึ้นเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมีการบริหารจัดการเว็บไซต์และเพจรวมถึงช่องทางต่างๆ เหล่านี้ให้เกิดประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลาด้วย


26 มกราคม, 2564

กลยุทธ์การทำการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

 ในยุคปัจจุบันนี้ ผู้คนต่างใช้ช่องทางสื่อ Social Media ในการติดต่อสื่อสาร และรับข้อมูลข่าวสารด้วยกันแทบทั้งสิ้น ในยุคออนไลน์เช่นนี้ จึงต้องมีการตลาด หรือกลยุทธ์ที่เหมาะสม จึงจะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กเติบโต และไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้

ตลาดออนไลน์

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

การทำกลยุทธ์การตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก มี 4 ข้อดังต่อไปนี้

1. ใช้สื่อ Social Media ให้เกิดประโยชน์

Social Media คือ เครือข่ายผู้บริโภคขนาดใหญ่ สถานที่ที่สามารถสร้างการรับรู้ และการ PR เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการ like แสดงความคิดเห็น และการแชร์ ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลดีต่อธุรกิจของคุณแทบทั้งสิ้น เริ่มจากการเชื่อมกับลูกค้าผ่านเนื้อหาที่ปรับแต่งเพื่อให้ใช้งานง่าย ในทางข้อมูล 61% ของลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อสินค้าจาก Brand ที่นำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน

2. ใส่ใจการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติ

มันง่ายดายที่จะรู้ว่าช่องทางสื่อออนไลน์ไหน ที่สร้างจำนวนคนเข้าชมได้มากมายผ่านเครื่องมือสถิติ เช่น Google Analytics เป็นต้น นอกจากนี้ยังควรทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณอยู่ในอันดับสูงๆ ก็จะมีโอกาสที่ผู้คนจะเห็นและเข้าชมได้ง่าย หากเว็บไซต์นั้นดี มีคุณภาพ ก็จะเป็นที่รู้จัก และมีลูกค้ามากมาย

3. ทำงานอย่างมีเอกภาพ

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ขั้นตอนการทำงานทั้งหมดรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และสอดคล้องกันเป็นอย่างดี เพื่อให้ถึงเป้าหมายหลักที่วางไว้ของธุรกิจที่ได้วางแผนเอาไว้แล้วก่อนที่จะทำการตลาดออนไลน์ ความสอดคล้องจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อขายและเพิ่มคุณค่าให้กับตราสินค้า

4. มีกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจ

กลยุทธ์เป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติภายหลังการวางแผนทันที เพราะว่ากลยุทธ์ของคุณจะเป็นรากฐานของกิจกรรมทางการตลาด ในกระบวนการวางแผนคุณต้องทำการพัฒนากลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ทำอย่างไรจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ และวิธีการที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายกลายมาเป็นลูกค้า

การวางเป้าหมายเพื่อการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

เป้าหมายคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ ควรกำหนดให้แน่ชัดว่าใครเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เจ้าของกิจการธุรกิจขนาดเล็กจะมุ่งเน้น การกำหนดเป้าหมายทางการตลาดจะทำให้การดำเนินการตามแนวคิดการตลาดอื่นๆ ทำได้ง่ายขึ้นในการทำให้บรรลุและประสบความสำเร็จสูงสุด โดยมีขั้นตอน คือ กำหนดเป้าหมายทางการตลาดให้กับธุรกิจ, วิเคราะห์และวางแผนธุรกิจ, นำเสนอแผนงานลูกค้า, ลงมือปฏิบัติภายในระยะเวลาที่ตกลงกับลูกค้า และทำรายงานสรุปผลส่งลูกค้า

การทำการตลาดออนไลน์โดยการส่งเสริมการตลาดและการโฆษณา ต้องคำนึงถึงในธุรกิจทุกประเภทและทุกผลิตภัณฑ์และบริการ ต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักคุณและผลิตภัณฑ์ของคุณ การส่งเสริมการตลาดและการโฆษณาที่เหมาะสมจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการจดจำตราสินค้า และท้ายที่สุดคือการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ไม่จำเป็นต้องทำเช่นเดียวกับธุรกิจขนาดใหญ่ๆ  เพราะการรักษาลูกค้าอย่างเหมาะสมจะเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความภักดีและการเป็นลูกค้าอย่างเหนียวแน่น


25 มกราคม, 2564

การซื้อของจากร้านค้าออนไลน์กับ Shipping

 การตลาดที่สำคัญในยุคนี้ คือการพึ่งพาช่องทางจาก Social Media ในการติดต่อสื่อสาร หรือขายของกันผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งก็ถือได้ว่าตลาดร้านค้าออนไลน์ เป็นตลาดใหญ่ที่มีกลุ่มลูกค้ามากที่สุด ซึ่งในปัจจุบันนี้ ก็มีร้านค้าออนไลน์มากมายที่เป็น Shipping หรือตัวแทนในการนำสินค้าออก หรือเข้ามาในประเทศ เพื่อนำมาขายในราคาถูก

shipping ขนส่งสินค้า


ลักษณะที่ดีของร้านค้าออนไลน์ Shipping ควรเป็นอย่างไร

การซื้อของที่ร้านค้าออนไลน์กับ Shipping ลูกค้าย่อมคาดหวังในสิ่งต่อไปนี้

1. มีความซื่อสัตย์ในการขายสินค้า การซื้อของจากร้านค้าออนไลน์กับ Shipping ผู้คนมักกลัวว่าสินค้าที่ขายนั้นเป็นของจริงหรือเหมือนจริงตามที่โฆษณาหรือไม่ ซึ่งผู้ขายเองก็ควรมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ขายของที่เหมือนกับที่โฆษณาจริงๆ และสินค้าควรเป็นของจริง ไม่หลอกเอาของปลอมมาขาย

2. ผู้ขายของออนไลน์ควรมีทัศนคติที่ดี ขายสินค้าดี ดูแลสินค้าดี ตลอดจนมีความรับผิดชอบ พูดจาดี ให้บริการลูกค้าอย่างเต็มที่

3. ความเร็วในการขนส่ง ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์กับ Shipping หรือซื้อสินค้าออนไลน์ที่ใดก็ตาม ก็ย่อมคาดหวังการส่งสินค้าที่รวดเร็ว และอยู่ในสภาพดี ดังนั้น ผู้ขายของควรเน้นความรวดเร็วในการส่งสินค้าด้วย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และความพึงพอใจให้กับลูกค้า

4. ราคาสินค้า ต้องมีความเป็นธรรม และไม่แพงเกินไป เพราะผู้ที่ซื้อสินค้ากับ Shipping จากร้านค้าออนไลน์ ก็ย่อมต้องการได้ของดีราคาถูก

ข้อดีของการซื้อของร้านค้าออนไลน์กับ Shipping

1. การซื้อหรือการขายสินค้ามีความง่ายต่อการเข้าถึง สมัครสมาชิกได้รวดเร็ว และวางขายหรือซื้อสินค้าได้ทันที ไม่ต้องคำนึงถึงการตลาดใดๆ และเข้าถึงลูกค้าออนไลน์จำนวนมากได้

2. ช่วยให้คุณสามารถซื้อขายสินค้าทั้งหมดจากโทรศัพท์มือถือของคุณ สร้างความสะดวกสบายให้กับคุณได้ทุกที่ ไม่ว่าคุณจะกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนก็ตาม

3. มีการจัดส่งที่ทันสมัย และรวดเร็ว ไม่ว่าคุณจะต้องการสินค้าจำนวนมากขนาดไหนก็ตาม ซึ่งช่วยให้คุณได้สินค้าที่ต้องการอย่างรวดเร็ว และอาจต่อยอดทำธุรกิจขายสินค้านั้นต่อได้ไม่ยาก

ข้อควรคำนึงถึงในการซื้อสินค้ากับร้านค้าออนไลน์ของ Shipping

การซื้อสินค้ากับร้านค้าออนไลน์ของ Shipping ก็เหมือนกับการที่เราฝากซื้อของ ย่อมมีร้านที่ดีและไม่ดีแตกต่างกันไป ข้อควรคำนึงถึงในการเลือกใช้บริการซื้อสินค้ากับร้านค้าออนไลน์ของ Shipping มีดังนี้

1. คัดเลือกร้านที่น่าเชื่อถือ และไว้ใจได้

2. คำนวณราคาให้ดีก่อน ว่าสินค้านั้นมีราคาเท่าใด คุ้มค่าหรือไม่ หรือมีค่าบริการขนส่งอย่างไร เพราะบางร้านอาจส่งฟรี และบางร้านก็มีการคิดค่าส่ง เป็นต้น 

3. เลือกสินค้าให้ดี ทั้งขนาด สี และรายละเอียดสินค้าอื่นๆ

การใช้บริการซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์กับ Shipping ควรเลือกที่มีความน่าเชื่อถือ มีประสบการณ์มานาน และพิจารณาดูสินค้ารวมไปถึงค่าบริการต่างๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจทุกครั้ง


การทำธุรกิจ SME ขายของออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ

 ในปัจจุบันนี้ มีผู้ประกอบการ SME อยู่มากมายนับกว่า 3 ล้านเจ้า ซึ่งก็มีผู้ที่ใช้ประโยชน์จากโซเชียลในการขายของออนไลน์จำนวนมาก ทำให้เกิดเป็นการตลาดที่ดี และมีการแข่งขันกันสูงขึ้น 

ร้านค้าออนไลน์


หากอยากทำธุรกิจ SME แบบขายของออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ ก็ต้องมีกลยุทธ์ และวิธีการที่ดีกว่า

พิชิตเป้าหมายธุรกิจ SME ขายของออนไลน์ด้วยการเข้าถึงลูกค้า

วิธีขายของออนไลน์ให้ขายดีเริ่มต้นที่การเข้าถึงลูกค้าให้ได้ก่อน และอันดับแรกของการเข้าถึงคือการเลือกช่องทางการขาย ปัจจุบันช่องทางที่เข้าถึงได้ดีก็คือ “Social Network” สำหรับแพลตฟอร์มไหนเหมาะกับสินค้าอะไร โดยใช้สื่อโซเชียลมีเดียเข้ามาช่วย เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ เป็นต้น ซึ่งเป็นสื่อที่เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย นอกจากนี้ยังสามารถหากิจกรรมการกระตุ้นให้ลูกค้ามีส่วนร่วม เช่น ชวนลูกค้าเล่นเกมแลกกับสิทธิพิเศษบางอย่าง หรือชวนลูกค้ามาตอบคำถาม แชร์ความเห็น เป็นต้น

พิชิตเป้าหมายธุรกิจ SME ขายของออนไลน์ด้วยการตั้งราคา

ผู้ซื้อมักต้องการสินค้าที่ถูกและคุ้มค่าที่สุดเสมอ ทำให้การตั้งราคายังคงเป็นราชาแห่งวิธีขายของออนไลน์ให้ขายดี ยิ่งบนโลกของการขายออนไลน์ที่ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบได้โดยง่ายแล้ว ราคาจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องสัมพันธ์กับต้นทุนด้วย ผู้ค้าจึงควรหาช่องทางการรับสินค้าในต้นทุนต่ำให้ได้ก่อน จึงสามารถตั้งราคาขายให้ถูกกว่าได้  

พิชิตเป้าหมายธุรกิจ SME ขายของออนไลน์ด้วยการเพิ่มยอดไลค์ ยอดแชร์

ยอดไลค์ ยอดแชร์จำเป็นมากสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ขายผ่าน Social Media ยิ่งยอดไลค์ ยอดแชร์เพิ่มขึ้นมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นการขยายฐานลูกค้าออกไปมากเท่านั้น แถมยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าอีกด้วย และต้องไม่ลืมที่จะอัพเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อการขายที่มีประสิทธิภาพรองรับความสะดวกของลูกค้าและตัวผู้ค้าเอง

พิชิตเป้าหมายธุรกิจ SME ขายของออนไลน์ด้วยการจัดโปรโมชั่น

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไม่ควรหยุดเติมความรู้ให้กับตัวเอง หมั่นหาเทคนิคการขายให้เข้าถึงลูกค้าเสมอ อัพเคตข้อมูลใหม่ๆ เป็นประจำ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตัวเอง นอกจากนี้ควรมีการจัดโปรโมชั่นสำหรับการขายออนไลน์และประชาสัมพันธ์โปรโมชั่นออกไปให้กว้างขวางที่สุด 

พิชิตเป้าหมายธุรกิจ SME ขายของออนไลน์ด้วยการบริการที่ดีที่สุด

พยายามรักษาฐานลูกค้าที่มีอยู่เอาไว้ด้วยการรักษาสัมพันธ์อันดี เริ่มต้นที่การบริการที่ดี การจัดส่งที่รวดเร็ว สินค้าและบริการที่มีมาตรฐาน ราคาจริงใจสมเหตุสมผล ซื่อตรง มีความรับผิดชอบ นอกจากนี้สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเก่าก็เป็นการรักษาสัมพันธ์ที่ดี เช่น การสะสมแต้ม การแจกโค้ดลดราคา เป็นต้น ควรตอบทุกข้อซักถามที่ลูกค้าถาม และที่สำคัญต้องรวดเร็ว อย่างปัจจุบันสังเกตบนหน้าเพจ Facebook ที่มีการแสดงความเร็วในการตอบคำถามผ่านช่องแชทให้ดูด้วย แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้สำคัญมากเช่นกัน โดยในการตอบคำถาม ควรใช้คำสุภาพ ไพเราะ เป็นกันเอง และแสดงออกถึงความอยากตอบ ไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกอึดอัดที่ถาม นอกจากนี้บริการอื่นยังคงสำคัญเช่นกัน อย่างในเรื่องของการจัดส่งที่รวดเร็ว การรับประกันสินค้า เป็นต้น

การทำธุรกิจ SME ขายของออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จและเติบโตได้นั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องมีวิธีการ และการตลาดที่ดี ก็จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้


24 มกราคม, 2564

4 ข้อในการเริ่มธุรกิจออนไลน์

ในยุคปัจจุบันนี้ ธุรกิจออนไลน์ เป็นรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมกับยุคสมัยปัจจุบัน และสามารถพัฒนาต่อยอดธุรกิจ รวมถึงมีโอกาสในการเติบโตได้ง่ายมากขึ้นด้วย จึงมีผู้ทำธุรกิจออนไลน์จำนวนมาก 

ร้านค้าออนไลน์

สำหรับผู้ที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ประเภทร้านค้าออนไลน์ ควรมีหลักในการปฏิบัติ 4 ประการ ดังต่อไปนี้

1. การเริ่มธุรกิจออนไลน์จะต้องวางแผน

ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร หรือเล็กน้อยเพียงใด หากอยากดำเนินธุรกิจอย่างราบรื่น และได้ผลกำไรที่ดี ประสบความสำเร็จได้ ก็ต้องมีการวางแผนที่ดี และครอบคลุมในทุกขั้นตอน การเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ก็เช่นกัน จะต้องมีการวางแผนทำธุรกิจจากต้นทุนที่มี และบริหารจัดการ รวมถึงตั้งเป้าหมายในการทำธุรกิจเอาไว้อย่างละเอียด

2. การเริ่มธุรกิจออนไลน์จะต้องมีชื่อร้าน

ชื่อร้านเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจร้านค้าออนไลน์ เพราะชื่อร้าน เป็นเหมือนภาพจำ และมีบทบาทต่อลูกค้าอย่างมาก ชื่อร้านควรบอกอย่างละเอียดว่าเป็นการขายสินค้าหรือบริการประเภทใด รวมถึงมีชื่อแบรนด์สินค้าหรือบริการของตนเองด้วย เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าได้ง่ายมากขึ้น

3. การเริ่มธุรกิจออนไลน์จะต้องใส่ใจในสินค้าและบริการ

สินค้าและบริการภายในร้าน จะต้องเป็นสิ่งที่ผู้ขายมีความรู้และความชำนาญเป็นอย่างดี เพื่อการบริการและตอบคำถามลูกค้าได้อย่างครบถ้วน ตลอดจนจะต้องใส่ใจในคุณภาพของสินค้าให้มาก ซึ่งสิ่งที่ควรขาย ควรเป็นสินค้าที่ตนเองชื่นชอบ หรือไม่ไกลตัว จะได้มีความสุขในการเปิดร้านค้าออนไลน์ และมีความกระตือรือร้นที่จะแสวงหาความรู้ใหม่ๆ และการพัฒนาต่อยอดธุรกิจต่อไปได้

4. การเริ่มธุรกิจออนไลน์จะต้องมีช่องทางขายที่ดี

ช่องทางขายนั้น มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจออนไลน์อย่างมาก ในการทำเว็บไซต์ หรือเพจเพื่อขายสินค้าและบริการ ควรเลือกอย่างเหมาะสม ซึ่งช่องทางออนไลน์ที่ไดรับความนิยมในปัจจุบันและไม่เสียค่าใช้จ่ายก็เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ยูทูป เป็นต้น รวมถึงสามารถเช่าพื้นที่เว็บไซต์สำหรับให้ลงขายสินค้าฟรีได้ด้วย หรือจะสร้างเป็นเว็บไซต์ของตนเองเลยก็ได้ หากว่ามีความสามารถในการสร้างเว็บ และการบริหารจัดการที่ดี รวมถึงสามารถแบ่งเวลาในการทำธุรกิจมาพัฒนาเว็บไซต์ตลอดเวลาได้ด้วย อย่างไรก็ตามควรเลือกช่องทางขายที่ได้รับความนิยมหลากหลาย ไม่ควรลงเพียงช่องทางเดียวเท่านั้น ลูกค้าจะได้พบเพจสินค้าของคุณได้จากทุกช่องทางออนไลน์

นอกจากหลักในการเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ทั้ง 4 ประการนี้แล้ว ผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ก็ควรที่จะมีการวางแผนการตลาด รวมถึงมีระบบการสั่งซื้อสินค้า และการให้บริการที่อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าได้มากที่สุด ก็เป็นการเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะเลือกใช้บริการและสร้างความประทับใจในการใช้บริการกับร้านค้าออนไลน์นั้นได้มากที่สุด


23 มกราคม, 2564

ความแตกต่างระหว่างธุรกิจ SME และ Startup

 ในการทำธุรกิจในยุคนี้ เราอาจเคยได้ยินคำว่า SME และ Startup กันอยู่บ่อยครั้ง แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่า การทำธุรกิจแต่ละประเภทเป็นอย่างไร หรือมีความแตกต่างกันอย่างไร

SME ธุรกิจขนาดกลาง การทำธุรกิจ


ธุรกิจ SME คืออะไร

SME หรือ Small and Medium Enterprise คือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แม้ว่าปัจจุบันจะถูกเรียกว่า SMB (Small and Medium Business) ก็ตาม ซึ่งเป็นธุรกิจที่เน้นการทำการตลาดที่ค่อนข้าง Mass ไม่ว่าจะเป็นในด้านการผลิต การจำหน่าย รวมถึงการบริการเอง เป็นธุรกิจที่มีความเป็นอิสระดำเนินงานโดยผู้ประกอบการเองเป็นเจ้าของทุน และควบคุมดูแลกิจการแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งในปัจจุบันมีธุรกิจประเภทนี้ให้เห็นกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ 

ธุรกิจ Startup คืออะไร

Startup คือ ธุรกิจอีกประเภทหนึ่งที่เน้นการโตแบบก้าวกระโดด และมีวิธีสร้างรายได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในแวดวงไอที เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมีนายทุนให้การสนับสนุน

ความแตกต่างของธุรกิจ SME และ Startup

ความแตกต่างของธุรกิจ SME และ Startup สามารถสรุปได้เป็นข้อๆ ดังนี้

1. SME เป็นลักษณะธุรกิจทั่วไป การทำตลาดนั้นมีรูปแบบที่เป็นพื้นฐานมีกลุ่มเป้าหมายในทุกระดับชนชั้น ไม่เจาะกลุ่มและประเภทของกลุ่มเป้าหมายเท่ากับทางฝั่งของธุรกิจ Startup ในขณะที่ Startup เป็นธุรกิจมีความคิดสร้างสรรค์ มีแบบแผน ควรมีเทคโนโลยี นวัตกรรม 

2. SME ใช้เงินทุนส่วนตัว หรือเงินกู้ เป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการเป็นผู้ลงทุนตั้งแต่เริ่มแรก แต่ Startup มาจากการระดมทุน หรือร่วมลงทุน มีการบริหารเฉพาะตัว ไม่จำเป็นต้องเป็นนายทุนเองเนื่องจากสามารถเสนอขายไอเดีย เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้มาร่วมทุนได้

3. SME เจ้าของถือครองสิทธิ์ธุรกิจตัวเองทั้งหมด แต่ Startup เจ้าของถือครองสิทธิ์ธุรกิจผ่านการถือหุ้น 

4. SME สามารถผันตัวเองไปเป็น Startup ได้ แต่ Startup ไม่สามารถกลับไปเป็น SME แต่ขอซื้อหุ้นคืนจากผู้ร่วมลงทุนได้ตามข้อตกลง 

5. SME ความสำเร็จต้องใช้เวลาหลายปี มีการเติบโตเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป มักมีเป้าหมายในการดำเนินการธุรกิจให้มีรายได้ประมาณปีละ 30-50% หรือหากเป็นช่วงเกิดใหม่อาจจะอยู่ที่ปีละ 100%-200% แต่ Startup จะมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีเป้าหมายการเติบโตที่สูงอย่างน้อยปีละ 1,000% ซึ่งหากเติบโตได้น้อยกว่านี้ถือว่าธุรกิจยังไม่มีการโต และอาจถึงขั้นล้มเหลวในที่สุด เนื่องจาก Startup เน้นที่การเติบโตมากกว่าเรื่องของรายได้

6. Startup ส่วนใหญ่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อตอบสนองความต้องการบางอย่างของลูกค้า ในขณะที่ SME จะใช้เทคโนโลยีที่ตอบสนองกับกระบวนการผลิตเดิม ปรับปรุงให้ดีขึ้น อาจเป็นไอเดียที่ไม่ใหม่มาก แต่ช่วยให้สายการผลิต หรือกระบวนการบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น


22 มกราคม, 2564

เริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ต้องทำอย่างไรบ้าง

 ธุรกิจออนไลน์ เป็นธุรกิจที่มีข้อดีมากมาย ช่วยให้ธุรกิจกับผู้บริโภคเข้าถึงกัน และปฏิสัมพันธ์กันได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งก็ช่วยให้ผู้ประกอบการมีความใกล้ชิดกับลูกค้า และทราบความต้องการของลูกค้าเพื่อนำมาใช้ในการผลิตสินค้า การตอบโจทย์ และการพัฒนาธุรกิจต่อไปได้เป็นอย่างดี ซึ่งธุรกิจออนไลน์นี้ ก็เป็นช่องทางในการทำธุรกิจที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย หรือร้านค้าออนไลน์ 

ธุรกิจออนไลน์


หากคุณกำลังจะเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ หรือร้านค้าออนไลน์ เพื่อขายสินค้าในสื่อโซเชียลมีเดียหรือหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ก็ควรพิจารณาถึงสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้

เริ่มธุรกิจออนไลน์ต้องมีเวลาและมีความตั้งใจ

การจะเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์จะต้องมีเวลามากพอที่จะใส่ใจและทุ่มเทกับการวางแผน การดำเนินการทางธุรกิจ และการใส่ใจในธุรกิจที่จะเริ่มต้นทำให้มากที่สุด และผู้ที่จะเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ก็จะต้องมีความตั้งใจในการทำธุรกิจอย่างมาก ผู้ที่ไม่มีเวลาหากมีความตั้งใจจริงก็สามารถบริหารจัดการเวลาได้ แต่หากผู้ที่มีเวลา แต่ยังมีข้ออ้างอยู่มากมาย ก็ไม่พร้อมที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์เช่นเดียวกัน

การเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์และการตั้งชื่อร้าน

ในการทำธุรกิจออนไลน์จะต้องมีการตั้งชื่อร้าน หรือชื่อของเว็บไซต์ ตลอดจนชื่อเพจต่างๆ โดยการตั้งชื่อร้านนี้ จะต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจได้ในทันที่ที่พบเห็นว่าเป็นร้านที่ขายสินค้าหรือบริการประเภทใด ยี่ห้อใด เนื่องจากการที่ลูกค้าได้มาพบกับร้านของคุณนั้นเป็นโอกาสที่ดีมากในการที่ร้านจะประสบความสำเร็จได้ จึงต้องฉกฉวยโอกาสนี้เพื่อให้ลูกค้าเข้าชมสินค้าในร้านให้ได้ ชื่อร้านจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และจะต้องตั้งชื่อให้เหมาะสม สื่อถึงธุรกิจร้านค้านั้นได้เป็นอย่างดี

การเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ในด้านสินค้าและบริการ

ในด้านสินค้าและบริการ เมื่อจะเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์จะต้องทราบว่าจะขายสินค้าใด ซึ่งควรเป็นสินค้าและบริการที่มีความคุ้นเคย มีความรู้ในเรื่องนั้นเป็นอย่างดี และสินค้าต้องมีคุณภาพ ซึ่งการขายสินค้าที่ชื่นชอบ หรือรักในสิ่งนั้น ช่วยให้เกิดการทำธุรกิจที่มีความสุข และมีแรงบันดาลใจในการขายสินค้าต่อไปได้ สำหรับการบริการนั้น ควรบริการลูกค้าอย่างดีที่สุด ตอบคำถามลูกค้าอย่างรวดเร็ว พยายามใกล้ชิดลูกค้าให้ได้มากที่สุด และแสดงให้เห็นถึงความเต็มใจในการให้บริการ เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นพื้นที่ฐานในการทำธุรกิจ และเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าจนเกิดเป็นลูกค้าประจำได้

การเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะทำให้ประสบความสำเร็จได้ ก็ต้องอาศัยความมุ่งมั่น ความตั้งใจ เอาจริงเอาจัง และจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ รวมถึงการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ก็ช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่นได้


การพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ

การดำเนินธุรกิจมีด้วยกันหลายขนาด ทั้งธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก และธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งสิ่งที่สำคัญในการดำเนินการทางธุรกิจ ก็คือการพัฒนาให้เติบโตอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใดก็ตาม และสิ่งที่เอื้อต่อการขยายตัวของธุรกิจไปเป็นธุรกิจระหว่างประเทศ ก็คือความแตกต่างทางด้านทรัพยากร และภูมิประเทศ ปัจจัยในข้อนี้ทำให้ความต้องการสินค้าจากต่างประเทศถูกนำเข้ามาในประเทศ และมีการส่งออกสินค้าระหว่างประเทศด้วย การประกอบการธุรกิจ จึงไม่ใช่อยู่เพียงในประเทศเท่านั้น แต่ยังมีการประกอบการธุรกิจระหว่างประเทศด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้ เราสามารถดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไปได้ทั่วโลก

ธุรกิจระหว่างประเทศ


ธุรกิจระหว่างประเทศและการขนส่ง

การประกอบการธุรกิจที่ต้องมีการติดต่อ ร่วมลงทุน หรือค้าขายร่วมกันระหว่างประเทศ สิ่งที่สำคัญอย่างมากก็คือกระบวนการในการขนส่ง ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบในการผลิต ไปจนถึงการขนส่งสินค้าไปถึงปลายทางผู้บริโภคเลยทีเดียว การขนส่งจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการทำธุรกิจทั้งภายในและระหว่างประเทศ การขนส่งระหว่างประเทศจะต้องสามารถขนส่งสินค้าได้ทุกชนิด มีขั้นตอนการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ส่งถึงอย่างรวดเร็ว สินค้าปลอดภัย ใช้ต้นทุนที่ประหยัดมากที่สุด ไม่ว่าจะส่งไปที่ปลายทางประเทศห่างไกลเพียงใดก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จากการที่มีการจัดการด้านโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการด้านโลจิสติกส์จึงช่วยสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศอย่างมาก

ธุรกิจระหว่างประเทศและการพัฒนาคุณภาพธุรกิจ

การประกอบการธุรกิจระหว่างประเทศ จะต้องเริ่มต้นจากการประกอบการธุรกิจภายในประเทศให้มีคุณภาพมากที่สุดก่อน ทั้งตัวสินค้า การบริการ ระบบและซอฟต์แวร์ การขนส่ง การบริหารด้านโลจิสติกส์ การตลาด รวมถึงขั้นตอนในการดำเนินธุรกิจทุกขั้นตอน จะต้องเกิดประสิทธิภาพก่อน และมีความทันสมัย จึงจะสามารถขยายเป็นธุรกิจระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบที่ใช้ต้องสามารถเชื่อมต่อการทำงานได้อย่างบูรณาการ รองรับการเติบโตไปยังต่างประเทศ มีความเป็นสากล รวมถึงมีสินค้าและการบริการที่มีคุณภาพมากที่สุด การจัดการภายในองค์กรจะต้องรองรับการก้าวไปสู่ความเป็นสากลในทุกช่องทาง และรับมือกับการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศได้อย่างมีคุณภาพมากที่สุด

ธุรกิจระหว่างประเทศ เป็นธุรกิจที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างมาก รวมถึงเศรษฐกิจของโลกด้วย ซึ่งการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ จะต้องมีการสร้างรากฐานธุรกิจภายในประเทศให้แข็งแรงที่สุดเสียก่อน ผู้ที่จะช่วยสร้างความมั่นคงแข็งแรง และเพิ่มศักยภาพในการทำธุรกิจระหว่างประเทศให้เกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เพียงผู้ประกอบการธุรกิจเท่านั้น แต่จะต้องเกิดจากความร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการขนส่ง กรมศุลกากร และหน่วยงานรัฐบาลต่างๆ เพื่อให้เกิดการสนับสนุนธุรกิจภายในประเทศ และรองรับการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพได้


21 มกราคม, 2564

ทำความรู้จักกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

 ธุรกิจ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของผู้คน เศรษฐกิจของประเทศ และเป็นสิ่งที่มีมายาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ รูปแบบการดำเนินธุรกิจ จะมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัย ความต้องการของผู้คนในสังคม และความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งรูปแบบหนึ่งในธุรกิจปัจจุบันที่เรารู้จักกันก็คือ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

ร้านค้าออนไลน์


ธุรกิจอีคอมเมิร์ซคืออะไร

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) เป็นธุรกิจประเภทหนึ่งในกลุ่มของธุรกิจออนไลน์ หรือ E-Business ซึ่งเป็นธุรกิจที่ดำเนินงานโดยการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นสำคัญในการประกอบการธุรกิจ และการขายสินค้ารวมถึงบริการประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนของการประชาสัมพันธ์ การขายสินค้า การสั่งซื้อสินค้า การชำระค่าบริการ เป็นต้น

ระบบจัดการเว็บไซต์และธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

ในการดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จะต้องมีการนำระบบที่เหมาะสมมาใช้งาน เช่น ระบบสั่งซื้อสินค้า ระบบติดต่อกับลูกค้า ระบบการชำระเงิน เป็นต้น ซึ่งระบบเหล่านี้ จะต้องเอื้อต่อการใช้งานของกลุ่มลูกค้ามากที่สุด ต้องใช้งานง่าย มีความแม่นยำ ไม่ซับซ้อน เป็นสิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าโดยตรง การดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีความสะดวกมากขึ้น และไม่เสียเวลากับการบริหารจัดการสิ่งเหล่านี้ คือการเลือกขายสินค้ากับเว็บไซต์สำหรับลงขายสินค้าโดยตรง ซึ่งมีระบบการจัดการและการใช้งานที่ดี

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซกับการขนส่ง

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือร้านค้าออนไลน์ กระบวนการในการทำธุรกิจที่สำคัญอย่างมากและจะขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด นั่นก็คือการขนส่ง ในส่วนของการขนส่งสินค้าเพื่อนำมาขายหรือเพื่อจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า ก็ต้องเลือกผู้ให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้การจัดส่งรวดเร็ว การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า การขนส่งจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และจะต้องเลือกอย่างคุ้มค่าด้วย เพราะเป็นต้นทุนสำคัญในการประกอบการอย่างหนึ่ง

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซกับการเติบโต

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เป็นธุรกิจที่มีความน่าสนใจ ใช้ต้นทุนน้อย และมีโอกาสเติบโตได้มาก จึงมีผู้เริ่มต้นทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นในทุกวัน ซึ่งแม้ว่าการแข่งขันจะเข้มข้นมากขึ้น แต่ก็เป็นช่องทางในการประกอบการธุรกิจที่ดีทางหนึ่ง สำหรับในประเทศไทยเรานั้น ธุรกิจอีคอมเมิร์ซก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังคงไม่รวดเร็วอย่างที่ควรจะเป็น ก็ต้องอาศัยการพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบค้าปลีกให้มีคุณภาพมากขึ้น พัฒนาการขนส่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับธุรกิจประเภทนี้มากขึ้นด้วย เพื่อให้เกิดศักยภาพในการแข่งขันและเข้าสู่อีคอมเมิร์ซระดับโลก ซึ่งเติบโตขยายตัวอย่างรวดเร็วต่อไปได้

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เป็นรูปแบบธุรกิจที่ประกอบการได้ง่าย และเหมาะสมกับยุคของโลกออนไลน์ในปัจจุบันนี้ หากอยากประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้เติบโต สร้างรายได้งามๆ ก็จะต้องรู้จักวางแผนการตลาดที่ดี ตลอดจนปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว และมีความมุ่งมั่นในความสำเร็จตลอดเวลา


วิธีการทำธุรกิจออนไลน์ด้วย 3 ขั้นตอน

 การทำธุรกิจออนไลน์ เป็นธุรกิจหนึ่งที่มีความน่าสนใจอย่างมากในปัจจุบัน เป็นรูปแบบธุรกิจในยุคปัจจุบันที่ช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีความราบรื่นมากขึ้น และช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจได้ ในปัจจุบันนี้มีผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์จำนวนมาก และยังคงเพิ่มขึ้นทุกวัน ตลาดของธุรกิจออนไลน์จึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังต้องพัฒนาในเรื่องคุณภาพอีกพอสมควร เพื่อรองรับการเติบโตให้มีความมั่นคงมากขึ้น 


สำหรับวิธีการทำธุรกิจออนไลน์นั้น สามารถทำได้ใน 3 ขั้นตอนดังนี้

1. วิธีการทำธุรกิจออนไลน์ในขั้นตอนการวางแผน

การวางแผน เป็นกระบวนการในการเริ่มต้น และการดำเนินธุรกิจที่สำคัญอย่างมาก การวางแผนนั้น จะต้องวางแผนอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การวางรูปแบบของธุรกิจ การวางแผนบริหารเงินทุน การวางแผนการตลาด การวางแผนเป้าหมาย การวางแผนในการพัฒนาและขยายธุรกิจ รวมถึงการวางแผนในด้านอื่นๆ เพื่อการดำเนินธุรกิจออนไลน์ จะต้องมีการวางแผนต่างๆ อย่างมีทิศทาง และเหมาะสมกับยุคสมัยมากที่สุด

2. วิธีการทำธุรกิจออนไลน์ในขั้นตอนเริ่มต้นทำธุรกิจ

ในขั้นตอนของการเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ จะต้องมีหน้าเว็บไซต์ของตนเอง โดยหน้าเว็บไซต์นี้ สามารถเลือกเปิดได้หลายช่องทาง เช่น 

- การสร้างเว็บไซต์เอง แต่ไม่นิยมมากนัก เนื่องจากต้องใช้ความรู้และเวลาอย่างมากในการพัฒนา และการดูแล อาจทำให้เสียเวลากับการดูแลเว็บไซต์และงบประมาณที่เกินความจำเป็น 

- การลงขายสินค้าในเว็บไซต์สำหรับขายสินค้า มีทั้งเว็บไซต์ที่ให้ลงขายฟรี และเสียค่าบริการ ควรเลือกเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง และมีความน่าเชื่อถือ มีระบบในการใช้งานที่ดี

- การสร้างเพจจากช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook เป็นต้น เป็นการอาศัยช่องทางออนไลน์ที่ได้รับความนิยมทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการง่ายขึ้น

การสร้างหน้าเว็บไซต์ของตนเอง ควรเลือกใช้หลากหลายช่องทางประกอบกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าให้มากขึ้น แต่ก็ต้องบริหารจัดการให้ดีในทุกเว็บไซต์

3. วิธีการทำธุรกิจออนไลน์ในขั้นตอนของการบริหารธุรกิจ

ขั้นตอนของการบริหารธุรกิจ นอกจากการสร้างหน้าเว็บไซต์ของตนเองแล้ว ก็จะต้องทราบก่อนแล้วว่าจะขายสินค้าหรือบริการประเภทใด ซึ่งจะต้องมีการอัพเดทความเคลื่อนไหวของร้านค้าให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงมีการจัดโปรโมชั่นดีๆ ออกมาเสมอๆ การบริการก็จะต้องรวดเร็ว เป็นกันเอง สร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้า จัดส่งสินค้ารวดเร็ว พัฒนาคุณภาพของสินค้า และก้าวทันความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ในการทำธุรกิจเสมอ 

วิธีการทำธุรกิจออนไลน์นั้น จะต้องมีขั้นตอนของการวางแผน การเริ่มต้นทำธุรกิจอย่างมีทิศทาง และมีการบริหารจัดการ ดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ และไปถึงเป้าหมายในทางธุรกิจออนไลน์ได้ สิ่งที่สำคัญ คือความกระตือรือร้น และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากปัญหาต่างๆ และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเสมอ


20 มกราคม, 2564

การลงทุนในการสร้างธุรกิจออนไลน์

 เงินทุน เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในการทำธุรกิจ ไม่ว่าธุรกิจใดก็ต้องใช้เงินทุนทั้งสิ้น โดยเงินทุนในการทำธุรกิจนั้น มีทั้งมาจากเงินส่วนตัวในการทำธุรกิจ เงินทุนจากหุ้นส่วนหรือผู้ร่วมธุรกิจ และเงินจากการกู้ยืมธนาคาร และสินเชื่อเพื่อธุรกิจ สำหรับธุรกิจออนไลน์ ใช้เงินทุนในการเริ่มต้นที่แตกต่างกันออกไป หากเป็นธุรกิจร้านค้าออนไลน์ ก็อาจใช้เงินทุนที่น้อยมาก เพราะไม่ต้องสต็อกสินค้า ไม่ต้องสร้างหน้าร้าน และไม่มีค่าใช้จ่ายในเงินทุนก้อนใหญ่ๆ แต่หากเป็นธุรกิจออนไลน์บางประเภทก็อาจใช้ต้นทุนพอสมควร

สร้างร้านออนไลน์


การลงทุนธุรกิจออนไลน์และการบริหารเงินทุน

ในการลงทุนทำธุรกิจออนไลน์ มีค่าใช้จ่ายในหลายส่วนที่ต้องนำมาบริหารจัดการให้ดีที่สุด และเหมาะสมกับแผนการดำเนินธุรกิจและแผนการตลาดที่วางไว้ ไม่ใช่มีเพียงค่าสินค้าที่นำมาขายเท่านั้น แต่ยังมีค่าโฆษณาสินค้าในรูปแบบต่างๆ ค่าจองพื้นที่ออกร้าน ค่าเช่าพื้นที่ลงขายสินค้า ค่าบริหารในส่วนการจัดส่งสินค้า เป็นต้น ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่จะต้องคิดให้รอบคอบ และบริหารอย่างครบถ้วนที่สุด

การหาเงินลงทุนในธุรกิจออนไลน์

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าเงินลงทุนในธุรกิจออนไลน์นั้นมาจากทางใดได้บ้าง ซึ่งก็ต้องมีการเตรียมตัวที่ดี หากเป็นในส่วนของเงินทุนตนเอง ก็จะต้องนำมาจัดสรรให้ครบถ้วน และมีเงินสำรองในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งต้องแน่ใจว่ามีเงินทุนเพียงพอ และจัดการได้อย่างดี ยิ่งหากเป็นเงินทุนในส่วนของการร่วมทุน จะต้องดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างชัดเจน โปร่งใส และมีหลักฐานเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมา และในส่วนของการกู้ยืม หรือขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจจากธนาคาร จะต้องศึกษาข้อมูลในการกู้ยืม และเตรียมตัวเป็นอย่างดี เตรียมเอกสารให้พร้อม และต้องทราบเงื่อนไขต่างๆ ของทางธนาคารด้วย เพื่อให้การกู้ยืมผ่านไปได้ด้วยดี และได้เงินมาลงทุนในธุรกิจออนไลน์

ข้อควรคำนึงในการลงทุนทำธุรกิจออนไลน์

การทำธุรกิจออนไลน์ หากเป็นประเภทของร้านค้าออนไลน์ ผู้ประกอบการสามารถทำงานประจำที่ทำอยู่ไปด้วยได้ และสามารถทำธุรกิจออนไลน์ไปได้ด้วย แต่ก็ต้องมีการบริหารจัดการ และจัดสรรเวลาอย่างดีที่สุด และต้องทุ่มเท ยอมเสียสละเพื่อให้งานทั้งสองทางดำเนินไปพร้อมๆ กันได้อย่างลงตัว แต่หากคุณคิดจะออกจากงานประจำและมาทำธุรกิจออนไลน์ยอย่างเต็มตัวนั้น ก็ต้องคิดให้รอบคอบที่สุด เพราะคุณอาจขาดแหล่งเงินทุนหมุนเวียนและความมั่นคงไปได้

การลงทุนทำธุรกิจออนไลน์ ไม่ว่าจะใช้เงินลงทุนมากหรือน้อย ก็จ้องคิดให้รอบคอบที่สุด และมีระบบในการบริหารจัดการที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อให้การทำธุรกิจออนไลน์ เป็นการเพิ่มพูนรายได้ไม่ใช่การนำเงินมาใช้ในทางที่สูญเปล่า และอาจเป็นหนี้สินตามมาได้


18 มกราคม, 2564

วิธีง่ายๆ ในการสร้างรายได้จากธุรกิจออนไลน์

 การทำธุรกิจออนไลน์ เป็นธุรกิจที่ช่วยให้สามารถเริ่มต้นทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น ขายสินค้าได้มากขึ้น และใกล้ชิดลูกค้ามากขึ้น ซึ่งก็เป็นการเปิดตลาดให้กว้างมากขึ้นอีกด้วย เพราะลูกค้าจะมาได้จากทุกทางโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในปัจจุบันนี้มีผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ประเภทร้านค้าออนไลน์อยู่จำนวนมาก การแข่งขันจึงสูงมาก และไม่ใช่ว่าทุกร้านจะประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจเอาไว้ได้ แต่หากมีการดำเนินธุรกิจอย่างมีแบบแผน มีหลักการ และมีการตลาดที่เหมาะสม ก็สามารถสร้างรายได้จากธุรกิจออนไลน์ได้อย่างสวยงาม

ธุรกิจออนไลน์


วิธีสร้างรายได้จากธุรกิจออนไลน์จะต้องมีการตลาดที่ดี

การตลาด เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการประสบความสำเร็จอย่างมาก การทำธุรกิจออนไลน์จะต้องคำนึงถึงการตลาดที่ดี ต้องมีการนำกลยุทธ์ที่เหมาะสมมาใช้ ต้องมีการโฆษณา และประชาสัมพันธ์ด้วยวิธีที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้บริโภค และงบประมาณ ซึ่งต้องนำเสนอสิ่งที่แปลกใหม่ มีความน่าสนใจ สร้างภาพจดจำให้กับลูกค้าได้มากที่สุด ซึ่งการตลาดนี้ รวมถึงการตั้งชื่อร้านและโลโก้ที่ใช้ด้วย จะต้องคำนึงถึงความน่าสนใจ จดจำง่าย ทำให้นึกถึงสินค้าได้ในทันที และอ่านง่าย เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย 

วิธีสร้างรายได้จากธุรกิจออนไลน์จะต้องเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด

จะทำอย่างไรก็ได้ ให้สินค้าหรือบริการของคุณเข้าถึงผู้บริโภค หรือกลุ่มลูกค้าให้ได้มากที่สุด ทั้งเพจร้านค้าของคุณ ชื่อของผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่นของทางร้าน สินค้าและบริการ เป็นต้น เพราะการที่เข้าถึงลูกค้าได้มากใด ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการที่ลูกค้าจะเลือกชมและสั่งซื้อสินค้ากับร้านของคุณมากเท่านั้น รวมถึงได้รู้จักกับร้านของคุณได้มากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสดีมากๆ ในการที่จะได้ยอดขายจำนวนมาก

วิธีสร้างรายได้จากธุรกิจออนไลน์จะต้องเน้นในเรื่องคุณภาพ

การสร้างรายได้จากธุรกิจออนไลน์ นอกจากจะต้องมีการตลาดที่ดี และสามารถพาธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เกิดรายได้ และความสำเร็จขึ้นได้จริงๆ ก็คือเรื่องของคุณภาพ การจัดระบบเว็บไซต์ ระบบสั่งซื้อสินค้า ระบบชำระเงิน ระบบการตอบรับพูดคุยกับลูกค้าจะต้องใช้งานง่าย มีความสะดวก น่าสนใจ สินค้าจะต้องมีคุณภาพมากที่สุด มีความแตกต่างจากสินค้าในประเภทเดียวกันยี่ห้ออื่น คุณภาพของสินค้าตรงกับที่โฆษณาเอาไว้ การบริการจะต้องบริการอย่างสุภาพ มีความเป็นกันเอง ตอบคำถามลูกค้าเร็ว มีความเต็มใจในการให้บริการ การขนส่งจะต้องรวดเร็ว มีค่าบริการจัดส่งสินค้าที่สมเหตุสมผล เป็นต้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจออนไลน์อย่างมาก

การสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นกับธุรกิจออนไลน์นั้น หากขาดคุณภาพ ก็ยังอาจมีโอกาสที่จะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น และยังไม่สร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับสินค้าและบริการนั้นๆ ได้ แต่หากใส่ใจในเรื่องคุณภาพทั้งสินค้าและการบริการ ก็อาจจะเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่จะเติบโตและสร้างรายได้ไปได้อีกนาน


การวางแผนการขนส่ง

 กิจกรรมด้านการขนส่ง เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อสังคมและเศรษฐกิจ ผู้ที่ให้บริการขนส่งสินค้าหรือขนส่งผู้โดยสารก็ตาม จะต้องมี การวางแผนการขนส...