การค้าขายออนไลน์ หรือการมีร้านค้าออนไลน์นั้น สิ่งที่สำคัญประการหนึ่งก็คือการใช้บริการขนส่งสินค้าให้กับลูกค้านั่นเอง ซึ่งการขนส่งสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์ก็สามารถทำได้หลายทางเลือกดังนี้
ขนส่งสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์ทางบริษัทรถทัวร์
ปัจจุบันได้มีบริการรับฝากพัสดุสินค้า โดยขนส่งรถทัวร์
ซึ่งเป็นบริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ
ที่ต้องการส่งพัสดุ หรือสินค้า ไปในเส้นทางที่รถวิ่งผ่าน
จึงเป็นตัวเลือกแรกๆ ของคนที่อยากจะส่งพัสดุขนาดใหญ่ๆไปต่างจังหวัด
เนื่องจากมีราคาถูก เพียงแค่นำของไปวางไว้ที่ศูนย์บริการรถทัวร์
และทำตามเงื่อนไขของบริษัทรถทัวร์นั้นๆ ในการส่งของ
ขนส่งสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์ทางรถไฟไทย
เป็นบริการรับขนส่งพัสดุจากสถานี เพื่อนำส่งให้กับผู้รับปลายทาง
หรือแบบ Station To Door สามารถส่งสินค้าได้ด้วยขบวนรถด่วนทั้งสายต่างๆ ของรถไฟไทย
ซึ่งจะถึงมือผู้รับปลายทางอย่างรวดเร็วภายใน 1-2 วัน
ขนส่งสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์ทางบริษัทโลจิสติกส์หรือบริษัทขนส่งเอกชน
บริษัทโลจิสติกส์หรือบริษัทขนส่ง ทำหน้าที่เหมือนไปรษณีย์ไทยทุกอย่าง
เพียงแต่เน้นบริการด้านการส่งพัสดุโดยเฉพาะ
และเหมาะสำหรับร้านออนไลน์ ที่ต้องส่งสินค้าคราวละหลายๆ ชิ้น
ผู้ให้บริการ เช่น FedEx และ DHL เป็นต้น การส่งของก็เพียงแค่แพ็คของ
แล้วเดินทางไปยังศูนย์บริการของแต่ละบริษัทเพื่อใช้บริการ
หรือจะโทรศัพท์ไปเรียกใช้บริการก็ได้ สามารถส่งสินค้าทั้งในและต่างจังหวัด
มีทั้งแบบเก็บเงินต้นทางและปลายทาง ซึ่งวิธีนี้จะใช้กันเยอะในธุรกิจค้าส่งต่างๆ
กรณีที่สินค้ามีจำนวนมากหรือมีขนาดใหญ่
ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่สามารถจัดส่งสินค้าได้รวดเร็วมากขึ้น
และประหยัดกว่าไปรษณีย์หากสินค้าที่มีน้ำหนักที่มากกว่า
นอกจากนี้ยังสามารถส่งสินค้าไปต่างประเทศได้อีกด้วย
ขนส่งสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์ทางบริษัทขนส่งที่สนับสนุนด้าน E-Commerce
บริษัทที่อยู่ในกลุ่มนี้มักจะนำเสนอบริการที่มากกว่าการขนส่งสินค้าธรรมดา
เช่น บริการเก็บเงินปลายทาง บริการสต็อกของ/บริการ Warehouse
บริการ Door-to-Door เป็นต้น นอกจากนี้แล้วก็ยังมีบริการขนส่งสินค้า
สำหรับร้านค้าออนไลน์อีกหลายแห่ง
และมีความสะดวกไม่แพ้กัน เช่น เซเว่น อีเลเว่น, ATT, GrabBike เป็นต้น
ข้อคำนึงในการเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์
การใช้บริการขนส่งสินค้าสำหรับร้านออนไลน์นั้น พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์สามารถนำเลือกใช้ได้ตามความพึงพอใจ
แต่ก็ควรคำนึงถึงความเหมาะสมในการเลือกใช้งานด้วย ดังนี้
- ประเภทของพัสดุ ว่าควรส่งเป็นพัสดุธรรมดา พัสดุลงทะเบียน หรือพัสดุด่วนพิเศษ (EMS)
- ตรวจสอบอัตราค่าจัดส่งพัสดุ ก่อนตัดสินใจเลือกรูปแบบในการจัดส่งพัสดุกับทางไปรษณีย์ไทยควรศึกษา
ถึงอัตราค่าบริการการจัดส่งแต่ละรูปแบบเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายเสียก่อน
การเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์ มีอยู่หลายทางเลือก และมีความน่าสนใจ
เพราะสะดวกรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ควรเลือกให้มีความเหมาะสม
และอย่าลืมตรวจสอบราคาก่อนทุกครั้งเพื่อความคุ้มค่าในการขนส่งสินค้านั้นๆ
